ญี่ปุ่นเสริมสร้างความแข็งแกร่งอุตสาหกรรมอ้อยฟิลิปปินส์ ด้วยความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเป็นจำนวน 800 ล้านเยน หรือ 377 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ เพื่อช่วยเหลือชาวไร่อ้อยชาวฟิลิปปินส์จำนวน 84,000 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา เนื่องจากความช่วยเหลือนี้อยู่ภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่นหรือ (PJEPA) ทั้งนี้ องค์กรบริหารจัดการน้ำตาล (Sugar Regulatory Administration: SRA) ได้เตรียมแจกจ่ายเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรให้แก่ผู้ปลูกน้ำตาลและเกษตรกร

เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เทโอโดโร แอล ลอคซิน จูเนียร์ และเอกอัครราชทูตของญี่ปุ่น โคจิ ฮาเนดะ ลงนามและแลกเปลี่ยนบันทึกทางการทูตที่สำนักงานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน โดยยืนยันถึงการสนับสนุนโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆของฟิลิปปินส์สองโครงการ รวมถึงสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาการทางเกษตร จากรายงานสื่อระบุว่า เงินช่วยเหลือดังกล่าวรวมถึงการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตร เช่น รถแทรกเตอร์ รถไถพรวน เครื่องปลูกอ้อยทั้งก้าน และเครื่องคลุมหน้าดิน เป็นต้น

สิ่งนี้จะช่วยให้ภาคผลิตน้ำตาลของฟิลิปปินส์เพิ่มผลผลิตโดยการลดต้นทุนการผลิต ตามที่สถานทูตระบุว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาทางการเงินเนื่องจากการระบาดของไวรัสโคโรนา โดยองค์กรตั้งเป้าที่จะแจกจ่ายเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรที่ได้รับจากรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งมีมูลค่า 374 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ให้กับผู้ปลูกน้ำตาลและเกษตรกร

เฮอเมเนกิลโด อาร์ เซราฟิกา ผู้บริหารองค์กรบริหารจัดการน้ำตาล อยู่ในระหว่างการเจรจากับสถานทูตญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (Official Development Assistance) กำลังพิจารณาอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย และจะให้ความช่วยเหลือในรูปแบบของเครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรเป็นมูลค่าเงิน 800 ล้านเยน โดยตามข้อมูลของเซราฟิการะบุว่า จะมีการแจกจ่ายเงินให้กับหน่วยงานต่างๆ ผู้เพาะปลูก สถานประกอบการ เเละเเปลงเพาะปลูกทั่วประเทศที่ได้รับการรับรองจากองค์กรบริหารจัดการน้ำตาล

เทโอโดโร แอล ลอคซิน จูเนียร์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (ซ้าย) และ โคจิ ฮาเนดะ เอกอัครราชทูต แลกเปลี่ยนบันทึกการทูตในโครงการ ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอย่างเป็นทางการจากญี่ปุ่น

ภายใต้การอนุมัตินี้ ค่าบริการสำหรับตัวแทนจัดซื้อของญี่ปุ่นจะถูกหักออกจากจำนวนเงินช่วยเหลือ ขณะที่องค์กร SRA จะรับภาระด้านภาษีทันทีที่เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ทางการเกษตรมาถึงด่านศุลกากร เซราฟิกากล่าวว่า วัตถุประสงค์หลักของการให้ความช่วยเหลือแบบให้เปล่าของญี่ปุ่นเป็นไปเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของอุตสาหกรรมอ้อยของฟิลิปปินส์ โครงการนี้มีต้นกำเนิดมาจากความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นภายใต้ข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจฟิลิปปินส์ – ญี่ปุ่น

“โครงการนี้มีการผลักดันอย่างต่อเนื่อง จากการเจรจาโดยเซกเฟรโด เซอราโน อดีตปลัดกระทรวงเกษตร ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโครงการทางอุตสาหกรรมในองค์กร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียในภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ เเละในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางองค์กรมีการเรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาราคาน้ำตาลที่ลดลงในประเทศ” Serafica กล่าว

“เมื่อเร็วๆนี้ เราเห็นราคาที่ตกลงมาอย่างผิดปกติ ในบางกรณีเป็นมูลค่าถึง 200 เปโซฟิลิปปินส์ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ และก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้ เราจึงขอให้มีการเข้ามาช่วยเหลือจากรัฐบาลโดยทันที” เอมิลิโอ ยูโล สมาชิกคณะกรรมการเอสอาร์เอ และโรแลนด์ เบลแทรน กล่าวในแถลงการณ์ร่วมเมื่อเดือนเมษายน ยูโลเป็นตัวแทนของชาวไร่ในคณะกรรมการองค์กร ในขณะที่เบลแทรนเป็นตัวแทนของกลุ่มโรงงานน้ำตาล

เจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าวว่า ธนาคารที่ดินของฟิลิปปินส์ (แลนด์แบงค์) และสถาบันการเงินอื่นๆของรัฐบาล จะก้าวเข้ามาและจัดหาเงินทุนให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลในพื้นที่ “เรากลัวว่าราคาน้ำตาลที่ลดลงจะส่งผลร้ายในระยะยาว ทำให้ผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่ของอุตสาหกรรมที่เป็นผู้เพาะปลูกรายเล็กและได้ประโยชน์จากการปฏิรูปไร่นา ซึ่งใน 92% นั้นเป็นผู้ผลิตน้ำตาล จะไม่สามารถอยู่รอดได้ในราคาที่ตกต่ำนี้ โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตระดับชาติทางด้านสุขภาพที่เกิดจากการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019”

จากการแถลงการณ์ของสถานทูต การแลกเปลี่ยนดังกล่าว “มีการยืนยันจากญี่ปุ่นว่า ฟิลิปปินส์คือผู้ผลิตน้ำตาลระดับต้นๆเเละได้รับความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการมายาวนาน เเละเป็นพันธมิตรสำคัญที่มีเป้าหมายการพัฒนาประเทศชัดเจน” โดยเมื่อปีที่เเล้ว โรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ได้กล่าวขานญี่ปุ่นว่า เป็นประเทศที่มี “มาตรฐานที่ยอดเยี่ยม” สำหรับการร่วมมือพัฒนาประเทศพันธมิตรอย่างฟิลิปปินส์

ข้อตกลงความช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับโครงการ สำหรับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของหน่วยงานกำกับดูแลน้ำตาล มีมูลค่า 800 ล้านเยน (ประมาณ 377 ล้านบาท) ซึ่งตามมาจากโครงการช่วยเหลือด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในปี พ.ศ.2544 ที่ได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันด้านการเกษตร โดยนอกจากความช่วยเหลืออื่นๆแล้ว ยังมีการแจกจ่ายเงินไปยัง 94 หน่วยงาน สำหรับซื้อรถแทรกเตอร์ รถไถพรวน เครื่องปลูกอ้อย

จากแถลงการณ์ดังกล่าว ทางสถานทูตได้มีความตระหนักว่าอุตสาหกรรมอ้อยในประเทศเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศฟิลิปปินส์ และการริเริ่มดังกล่าวจะสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ภาคการผลิตน้ำตาลผ่านการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิต ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกอ้อยชาวฟิลิปปินส์กว่า 84,000 ราย มีรายได้เพิ่ม และเป็นการได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือนี้เพื่อเยียวยาผลกระทบของ Covid-19