ตลาดน้ำตาลทรายดิบไทยอาจได้ประโยชน์จากอุปสงค์น้ำตาลอินโดนีเซีย

จากรายงานของ S & P Global Platts นักวิเคราะห์ตลาดชี้ว่า ราคาน้ำตาลดิบของไทยอาจจะมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เนื่องจากผู้ซื้อรายใหญ่ของอินโดนีเซียมีความต้องการสินค้าจำนวนมาก เป็นผลจากน้ำตาลที่สำรองไว้มีปริมาณน้อยลงหลังจากใบอนุญาตนำเข้าน้ำตาลของอินโดยนีเซียไม่ได้รับการอนุมัติมาเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอุปสงค์ภายในภาคพื้นทวีปที่อ่อนตัวลง ทำให้ค่าเงินของไทยในการค้าเมื่อปีที่แล้วถูกกดดันอย่างหนักแม้ว่าธุรกิจที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้จะบ่งบอกว่ามีแนวโน้มขึ้นสูงเรื่อยๆ โดยในปีนี้ ค่าเงินของไทยจะมีกำลังแข็งขึ้นกว่าเดิมในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซึ่งการขนส่งสินค้าจะขยับตัวขึ้นถึงร้อยละ 70 ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเดือนตุลาคมปีนี้ที่อัตราการขนส่งสินค้าออกนอกประเภทจะเพิ่มขึ้นถึง 84 จุด

จากข้อมูลของ Thai Sugar Millers Corporation ชี้ว่า ประเทศอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าน้ำตาลดิบจากไทยรายใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 70 ของจำนวนน้ำตาลที่ไทยส่งออกทั้งหมด เมื่อต้นปี 2562 รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศว่าจะลดการนำเข้าน้ำตาลดิบในภาคอุตสาหกรรมลงถึงร้อยละ 22 จากจำนวน 2.8 ล้านเมตริกซ์ตัน ทำให้การส่งออกน้ำตาลดิบของไทยไปยังอินโดนีเซียลดลงถึงร้อยละ 18 เป็นจำนวนเท่ากับ 2.69 ล้านเมตริกซ์ตันในเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

ความต้องการน้ำตาลทรายดิบของไทย อ้างอิงข้อมูลโดย บริษัท ไทยชูการ์มิลเลอร์ส จำกัด
คาดการณ์ปริมาณการผลิตอ้อยของไทยในปี 2563 แหล่งข่าวจาก S&P Global Platts

คลังสินค้าของอินโดนีเซียมีแนวโน้มจะลดลงร้อยละ 10 ถึง 15 ในแต่ละปี เนื่องจากการนำเข้าน้อยและการลดใบอนุญาตนำเข้าสินค้า ทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียต้องเพิ่มใบอนุญาตนำเข้าสินค้าเพิ่มอีกในปีนี้ นักวิเคราะห์ของ S & P Global Platts ชี้ว่า “รัฐบาลอินโดนีเซียจะออกใบอนุญาตนำเข้าสินค้าปริมาณถึงสี่แสนล้านเมตริกซ์กันในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ว่ากำลังเกิดภาวะขาดแคลนน้ำตาลในประเทศ”

ความต้องการน้ำตาลสูงของอินโดนีเซียในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ และการที่ไทยผลิตน้ำตาลได้น้อยลงอาจช่วยพยุงราคาไว้ได้ เพราะเกิดความจริงที่ว่าไทยเองก็คาดหวังจะให้มีสินค้าล้นเก็บอย่างมากเกิน 1.5 ล้านเมตริกซ์ตันจากฤดูกาลที่แล้วเช่นกัน

นอกจากนั้น การที่ผู้ผลิตหลายรายอาจกำลังเฝ้าติดตามเรื่องสภาวะแวดล้อมปลอดมลพิษของไทยอยู่ ทำให้เกิดมาตรการที่เข้มงวด โดยเฉพาะในประเทศจีน ในการส่งน้ำตาลจากพม่าและไต้หวัน เป็นเหตุให้ประเทศจีนอาจหันมาสนใจการนำเข้าน้ำตาลจากไทยก็เป็นได้ในปีนี้

“หากประเทศจีนยังคงควบคุมการขนส่งน้ำตาลอยู่ จะส่งผลกระทบในแง่ลบต่อน้ำตาลคุณภาพดีจากไทย เพราะผู้ผลิตสินค้าในจีนจะเน้นนำเข้าน้ำตาลดิบมากกว่าน้ำตาลขาวบริสุทธิ์” ผู้ค้าในประเทศสิงคโปร์เอ่ยขึ้น

โดยเฉลี่ย น้ำตาลขาวบริสุทธิ์จากไทยในปีที่แล้วมีราคา 53 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกซ์ตัน ซึ่งลดลงถึงร้อยละ 23 เมื่อเทียบกับราคา 73 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมตริกซ์ตันในปี 2561 การส่งออกน้ำตาลขาวบริสุทธิ์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีที่แล้ว อยู่ที่ร้อยละ 9.2 ในขณะที่น้ำตาลดิบมีจำนวนเพียงร้อยละ 4.5

แม้ว่าอินโดนีเซียจะต้องการน้ำตาลส่วนมากจากประเทศไทยและออสเตรเลีย แต่ยังมีการส่งเสริมการนำเข้าจากประเทศอินเดีย เนื่องจากมีการส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีในการส่งออกน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียไปยังอินเดียอีกด้วย

ขณะนี้ ระเบียบของประเทศอินโดนีเซียอนุญาตให้มีการนำเข้าน้ำตาลในระดับสูงสุดถึง 1,200 ตามมาตรฐานของคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศเพื่อระเบียบวิธีวิเคราะห์น้ำตาล (ICUMSA) โดยรัฐบาลอินโดนีเซียกำลังหาวิธีลดระดับดังกล่าวให้เหลือเพียง 600 เพื่อให้เข้ากับข้อกำหนดด้านสีและคุณภาพของน้ำตาลดิบในประเทศอินเดีย โดยปกติแล้ว น้ำตาลดิบของอินเดียจะมีระดับอยู่ระหว่าง 400 ถึง 800 เท่านั้น

แหล่งข่าวทางการตลาดเผยว่า แม้ว่าจะยังไม่มีการอภิปรายทางการค้าอย่างเป็นทางการระหว่างอินเดียและอินโดนีเซียในขณะนี้ แต่ผู้ซื้อในอินโดนีเซียมีแนวโน้มว่าจะยังเป็นผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ของไทยต่อไปในช่วงครึ่งแรกของปีนี้.