ทางรอดของชาวไร่อ้อยจากวิฤตอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลไทยในราคาน้ำตาลโลกตกต่ำ

โดย อรรถสิทธิ์ บุญธรรม ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร

คุณอรรถสิทธิ์ บุญธรรม ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน กรมวิชาการเกษตร

จากการที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกที่ตกต่ำและค่าเงินบาทก็แข็งค่าขึ้นส่งผลทำให้ราคาอ้อยในประเทศไทยตกต่ำมา 2 ปี

เพราะรายได้หลักที่มีผลต่อราคาอ้อยคือรายได้จากการส่งออกน้ำตาล แต่ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตอ้อยนับวันยิ่งมีราคาสูงขึ้นโดยเฉพาะค่าแรงและค่าขนส่ง จากสภาวะที่ภูมิอากาศแปรปรวนในปัจจุบันทำให้บางพื้นที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งเช่นปีนี้ที่เขตปลูกอ้อย จ.ลพบุรี จ.นครราชสีมา และ จ.เพชรบูรณ์ ทำให้อ้อยแคระแกร็น นอกจากนี้ยังมีการระบาดของโรคแมลงศัตรูอ้อยที่เพิ่มมากขึ้น

ทางอยู่รอดของชาวไร่ในภาวะเช่นนี้ ชาวไร่ที่ยังจะทำไร่อ้อยต่อไปต้องปรับตัวจึงจะทำให้การทำไร่อ้อยมีกำไร โดยเริ่มจากการเลือกปลูกอ้อยเฉพาะพื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกอ้อยและอยู่ใกล้โรงงานน้ำตาล ส่วนพื้นที่ดินเค็มห้ามปลูกอ้อย การมีแหล่งน้ำให้อ้อยช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนปลูกอ้อย ซึ่งอาจเป็นคลอง สระน้ำหรือบ่อบาดาล การที่มีน้ำให้อ้อยช่วยให้อ้อยมีชีวิตผ่านช่วงแล้ง อ้อยมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสามารถไว้ตอได้หลายปีไม่ต้องปลูกอ้อยบ่อยๆ ที่ราคาอ้อย 700-800 บาท/ตัน ณ ที่ความหวาน 10 CCS เป็นการยากที่อ้อยปลูกจะมีกำไร อ้อยตอเท่านั้นที่มีกำไรถ้ามีการบำรุงอ้อยตอที่ดี ไร่อ้อยที่มีการให้น้ำดินจะมีความชื้นทำให้เชื้อราที่อยู่ในดินช่วยควบคุมแมลงศัตรูอ้อยในดินเช่น ราเขียว metarhizium ช่วยควบคุมหนอนด้วงหนวดยาว เมื่ออ้อยได้รับน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโตอ้อยจะแข็งแรงทนการทำลายของโรคแมลงศัตรูอ้อย

การพ่นสารกำจัดวัชพืชผสมปุ๋ยไนโตรเจนในไร่อ้อยที่ยังไม่ได้กำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ย ช่วยให้การบำรุงอ้อยทันเวลาและลดต้นทุนค่าใส่ปุ๋ย วิธีการนี้ทำให้วัชพืชแห้งตายเร็วแต่อ้อยเจริญเติบโตดี

ส่วนไร่ที่ดินมีความอุดสมบูรณ์ต่ำและปลูกอาศัยน้ำฝนไม่ควรเสี่ยงปลูกอ้อย ชาวไร่ต้องหาทางลดต้นทุนการผลิตโดยที่ผลผลิตต่อไร่ไม่ลด โดยเริ่มจากการเตรียมดินปลูกอ้อยแบบลดการไถพรวนสไตรพ์ทิลเลิจ (stripe tillage) ที่วิจัยโดยกรมวิชาการเกษตรซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำสามารถปลูกอ้อยได้รวดเร็วเสร็จทันก่อนที่ความชื้นในดินจะหมด ชาวไร่ต้องปรับทั้งระยะปลูกความยาวของแถวอ้อยให้เหมาะสมกับการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ใช้ปุ๋ยเคมีในอัตราที่สอดคล้องกับความอุดมสมบูรณ์ของดิน มีวิธีการใส่ปุ๋ยที่ทำให้อ้อยดูดปุ๋ยไปใช้ได้ง่ายได้แก่การใส่ปุ๋ยไนโตรเจนไปกับระบบน้ำหยด การใส่ปุ๋ยอ้อยตอด้วยเครื่องใส่ปุ๋ยแบบผ่าตอ (stool splitter fertilizer applicator) ที่นอกจากเป็นเครื่องใส่ปุ๋ยที่ช่วยให้อ้อยดูดปุ๋ยไปใช้ได้ง่ายแล้วยังสามารถใส่สารฆ่าแมลงศัตรูในดินเช่นด้วงหนวดยาว (stem boring grub) แมลงนูนหลวง (white grub) ในการปลูกบำรุงรักษาอ้อยต้องทำให้ทันเสร็จทันเวลาจะทำให้อ้อยเจริญเติบโตดีสม่ำเสมอและมีต้นทุนที่ต่ำเช่น ปลูกอ้อยเสร็จในขณะที่ดินยังมีความชื้นทำให้อ้อยงอกดีมีชีวิตผ่านช่วงแล้ง การให้น้ำอ้อยเสร็จทันก่อนที่อ้อยจะเหี่ยว พ่นสารกำจัดวัชพืชฆ่าวัชพืชในขณะที่วัชพืชยังต้นเล็กและมีจำนวนน้อย

เทคโนโลยีการผลิตอ้อยควรใช้เทคโนโลยีที่มีต้นทุนที่ต่ำแต่ใช้ได้ผลและเหมาะกับสภาพไร่อ้อยแต่ละพื้นที่ การใช้เทคโนโลยีที่สูงจะมีต้นทุนค่าอุปกรณ์เครื่องมือที่แพงไม่เหมาะกับราคาอ้อยที่ถูกในปัจจุบัน เช่นเครื่องใส่ปุ๋ยแบบผ่าตอ (stool splitter fertilizer applicator) ที่ประดิษฐ์ในเมืองไทยที่มีราคาถูกกว่านำเข้าคือมีราคาเพียง 85,000 บาท/เครื่อง ใช้ใส่ปุ๋ยและสารฆ่าแมลงพร้อมทั้งหยอดน้ำที่ผสมกับราเขียว metarhizium ป้องกันกำจัดด้วงหนวดยาว (stem boring grub) ได้ดี

10 วันหลังจากพ่นสาร วัชพืชถูกกำจัดอย่างเห็นผล
1 เดือนหลังจากพ่นสารกำจัดวัชพืชผสมปุ๋ยไนโตรเจนในไร่อ้อย

ชาวไร่อ้อยต้องพยายามหาทางลดต้นทุนการบำรุงอ้อยให้มากที่สุดด้วยเทคนิคง่ายๆแต่ใช้ได้ผลเช่น การกำจัดวัชพืชไปพร้อมกับการใส่ปุ๋ย แต่ต้นทุนการผลิตอ้อยของประเทศไทยยังสู้ประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกไม่ได้คือค่าเก็บเกี่ยวและขนส่ง ซึ่งแก้ไขด้วยการปลูกอ้อยใกล้โรงงาน การใช้พันธุ์อ้อยที่มีความหวานสูง และการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถตัดอ้อย และที่สำคัญที่ช่วยชาวไร่อ้อยลดต้นทุนคือการบันทึกต้นทุนและผลของงานที่ได้ในแต่ละกิจกรรมในไร่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงวิธีการปลูกดูแลรักษาอ้อยและการเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมเพื่อทำให้การทำไร่อ้อยมีกำไรสุทธิสูงสุด