ทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยในอินเดียจะเป็นอย่างไร?

Global Platts บริษัทบริการด้านสารสนเทศชั้นนำ บริการเปรียบเทียบราคาผลิตภัณฑ์ (benchmark price) และวิเคราะห์ตลาดพลังงานและสินค้าในกรุงลอนดอน ชี้ผลการวิเคราะห์ว่าการเน้นความสำคัญที่เอทานอลนั้นเป็นไปได้ที่จะแก้ปัญหาน้ำตาลเกินความต้องการได้ รวมทั้งคาดการณ์ว่าการผลิตน้ำตาลในอุตสาหกรรมอ้อยของอินเดีย รวมถึงปัจจัยสำคัญที่อินเดียยังคงเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลที่แข็งแกร่ง

นักวิเคราะห์ของบริษัท Global Platts ให้รายละเอียดว่าอินเดียเข้าสู่จุดเปลี่ยนของการผลิตแบบใหม่ที่นอกเหนือจากการบริโภคเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้เพราะรัฐบาลได้แก้ไขราคาน้ำตาลเพื่อสนับสนุนรายได้ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ เมื่อประกอบกับการจัดปรับราคาน้ำตาลขั้นต่ำในประเทศให้สูงกว่าระดับต่างประเทศแล้ว โรงงานในอินเดียมีกฎหมายควบคุมการคั้นอ้อยในพื้นที่อิทธิพลของตน รวมทั้งมีการเริ่มใช้ผลผลิตจากอ้อยหลายพันธุ์ในรัฐสำคัญที่ผลิตอ้อยทำให้การผลิตในภูมิภาคเหล่านี้มีปริมาณสูงขึ้น

ตราบเท่าที่ปัจจัยทั้งสามนี้ยังมีบทบาทสำคัญ การผลิตน้ำตาลน่าจะยังคงระดับสูงกว่า 30 ล้านเมตริกตัน ถ้าไม่ถูกผลกระทบจากผลเสียของสภาพอากาศต่อผลผลิตทางการเกษตร ในปี 2563 ถึง 2564 นั้น ทุกคนคาดว่าจะมีการฟื้นฟูการผลิตน้ำตาลได้มากกว่า 30 ล้านเมตริกตัน

ข้อมูลปริมาณความต้องการเอทานอลและอัตราเชื้อเพลิงผสม แหล่งข้อมูลจากบริษัท S&P Global Platts
ข้อมูลการผลิตและการบริโภคน้ำตาล แหล่งข้อมูลจากบริษัท S&P Global Platts

เอทานอลจะเป็นวิธีแก้ปัญหาน้ำตาลล้นความต้องการได้หรือไม่? การวิเคราะห์ของบริษัท Platts คาดคะเนการบริโภคน้ำตาลโดยรวมที่ 25.5 ล้านเมตริกตันในปี 2562 ถึง 2563 ซึ่งหมายความว่าประเทศควรผลิตน้ำตาลส่วนเกินประมาณ 1 ล้านเมตริกตันเพื่อต่อยอดในสต๊อค 15 ล้านเมตริกตันตอนปลายเดือนกันยายน ถ้าเราคาดว่าในสภาวะอากาศปกติ การผลิตแบบใหม่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 31 – 32 ล้านเมตริกตันต่อปี เราจะยังคงเพิ่มน้ำตาลส่วนเกิน 5 ล้านตันให้เป็นสินค้าออกได้หลังจากปี 2563 น้ำตาลส่วนเกินนี้อาจลดลงเมื่อการบริโภคน้ำตาลเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าอินเดียจะยังคงเป็นผู้ส่งออกสุทธิในอีกห้าปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในด้านการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ และช่วยจัดการอย่างจริงจังในการส่งออกน้ำตาลส่วนเกินที่ประมาณการไว้ เพราะอินเดียมีต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน

ดังนั้น ถึงแม้ว่าอุตสาหกรรมน้ำตาลโดยทั่วไปจะสนับสนุนเอทานอลและเชื่อว่าจะช่วยแก้ปัญหาน้ำตาลส่วนเกิน แต่ในปี 2563 นั้น ผลกระทบจากเอทานอลยังคงค่อนข้างจำกัด จากการวิเคราะห์ของบริษัท Platts เราคาดว่าอัตราเชื้อเพลิงผสมจะเพิ่มขึ้นจาก 5.3% ไปถึง 5.7% ในปี 2563 หรือ 2.6 พันล้านลิตร ไม่เกินไปกว่าน้ำตาลดิบจำนวน 600,000 เมตริกตันที่แปรรูปให้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน อย่างไรก็ตาม เราต้องปักธงกับข้อเท็จจริงว่าผู้มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมบางคนเชื่อว่าการแปรรูปเป็นเอทานอลนั้นมีปริมาณสูงถึง 1 ล้านเมตริกตันของน้ำตาลดิบในปี 2562 ถึง 2563

ถึงแม้ว่าเอทานอลในปัจจุบันของประเทศอินเดียจะยังไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกมอย่างแท้จริงในการแปรรูปน้ำตาลเหมือนกับในประเทศบราซิล ถึงกระนั้นก็ตาม มีรายงานว่ารัฐบาลอินเดียอาจมีเป้าหมายในการเพิ่มสมรรถนะเชื้อเพลิงเอทานอลเพื่อให้สามารถแปรรูปน้ำตาลดิบ 5 ล้านเมตริกตันให้เป็นเอทานอลได้ตามต้องการ ซึ่ง ณ ตอนนี้ เรื่องนี้คล้ายจะเป็นความหวังในอินเดีย และเราก็รู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้.