บังกลาเทศเดินเครื่องพัฒนาโรงงานน้ำตาลเพื่อเพิ่มผลกำไร

บังกลาเทศได้เริ่มใช้นโยบายเพิ่มผลกำไรให้กับโรงงานผลิตน้ำตาลด้วยการพัฒนาเครื่องจักรให้มีความทันสมัย และการสร้างรายได้เสริม โดยจะไม่มีการสั่งปิดกิจการโรงงานผลิตน้ำตาลของภาครัฐหรือปลดพนักงานออกจากโรงงานแต่อย่างใด การเพิ่มรายได้ให้กับโรงงานผลิตน้ำตาลนั้นจะเร่งใช้มาตรการผลิตอ้อยสายพันธุ์คุณภาพ และการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับการศึกษาวิจัยเรื่องอ้อยให้ละเอียดมากยิ่งขึ้น

Nurul Majid Mahmud Humayun รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของบังกลาเทศได้ขึ้นบรรยายในฐานะอาคันตุกะรับเชิญ ณ งานสัมมนาแห่งหนึ่งเพื่อกล่าวถึงภาพรวมความคืบหน้าของโครงการต่าง ๆ ในแผนการพัฒนาประจำปีของกระทรวงอุตสาหกรรมสำหรับปีงบประมาณ 2020-2021 โดยมีใจความว่า “พวกเราได้เริ่มพัฒนาโรงงานผลิตน้ำตาลเพื่อเพิ่มผลกำไร โดยทางรัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้ง พวกเรากำลังเร่งฟื้นฟูกิจการของโรงงานผลิตน้ำตาลที่กำลังประสบภาวะขาดทุนให้พลิกกลับมาสร้างกำไรได้อีกครั้ง”

นาย Nurul Majid Mahmud Humayun รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของบังกลาเทศ

การสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนตามที่ได้สัญญาไว้เมื่อตอนหาเสียงเลือกตั้งถือเป็นภารกิจที่สำคัญของรัฐบาลในขณะนี้ ซึ่งทางรัฐมนตรีอุตสาหกรรมของบังกลาเทศเองก็ได้ผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่เริ่มเข้ารับตำแหน่ง ทั้งนี้ยังเป็นการปฏิเสธข่าวลือที่ว่าจะมีการสั่งปิดโรงงานผลิตน้ำตาลของภาครัฐและทำให้พนักงานตกงาน

เขาระบุว่า การสร้างงานใหม่ให้เกิดขึ้นโรงงานผลิตน้ำตาลหลายแห่งจะต้องมีการนำเครื่องจักรรุ่นใหม่มาทดแทนเครื่องจักรเดิมและเพิ่มการฝึกอบรมบุคลากรมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รัฐวิสาหกิจต่าง ๆ รวมทั้งโรงงานผลิตน้ำตาลในสังกัดของกรทรวงอุตสาหกรรมสามารถสร้างกำไรได้ในที่สุด

นอกจากนี้ เขายังเสริมว่าบรรดาเจ้าพนักงานและบุคลากรของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมไปถึงหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในสังกัดได้ช่วยกันผลักดันโครงการของกระทรวงฯอย่างเต็มความสามารถภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขในช่วงการระบาดของCovid-19 และทำให้การดำเนินงานของกระทรวงฯมีความคืบหน้าด้วยดี

รัฐมนตรีอุตสาหกรรมของบังกลาเทศได้กำกับดูแลให้ผู้บริหารโครงการมีการปฏิบัติหน้าที่ตามขอบเขตความรับผิดชอบ และดำเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ มุ่งมั่น และรักประเทศชาติของตน นอกจากนี้ในงานสัมมนาดังกล่าวยังได้มีการระบุถึงกำหนดการเปิดใช้งานโกดังเก็บปุ๋ย ณ อำเภอปัญจะการ์และอำเภอชาไปนะวับกาณจ์ในเดือนตุลาคมหลักจากที่การก่อสร้างแล้วเสร็จ

นอกจากนี้ยังได้มีการก่อสร้างโกดังเก็บปุ๋ยอีกหลายแห่งในพื้นที่ของสองอำเภอตามโครงการ“การก่อสร้างโกดังเก็บปุ๋ย13 แห่งในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศเพื่อใช้ในการจัดเก็บและจัดจำหน่ายปุ๋ยทางการเกษตร”ทั้งนี้การก่อสร้างโกดังเก็บปุ๋ยอีก 11 แห่งที่เหลือจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนของปี พ.ศ. 2564  

ในงานสัมมนาดังกล่าวยังได้มีการนำเสนอรายงานความคืบหน้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรมฟอกหนังในจังหวัดธากา นิคมอุตสาหกรรมขององค์กรอุตสาหกรรมขนาดเล็กในแถบชนบทของบังกลาเทศหรือ Bscicและโครงการ Bhairabซึ่งได้มีการให้ข้อแนะนำเพื่อกระตุ้นการดำเนินโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้บรรลุผล อันได้แก่การการสกัดสารโครเมียมการกลับสภาพสารโครเมียม และการนำระบบอัตโนมัติและระบบออนไลน์มาใช้ในการติดตามสถานะของโรงบำบัดน้ำเสียในนิคมอุตสาหกรรมฟอกหนัง นอกจากนี้ ยังได้มีการมอบคำแนะนำแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานในนิคมอุตสาหกรรมฟอกหนังให้เสริมสร้างทักษะและความสามารถเพื่อบริหารโรงบำบัดน้ำเสีย อีกทั้งยังได้มีการกำชับให้องค์กรBscic ไปดำเนินการเสริมสร้างทักษะแก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงฟอกหนัง และหมั่นตรวจสอบระบบวัดปริมาณน้ำให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันการใช้ทรัพยากรน้ำที่เกินความจำเป็นในโรงฟอกหนัง

นายKamal Ahmed Majumderได้ขึ้นบรรยายในฐานะอาคันตุกะพิเศษของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าปุ๋ยทางการเกษตรที่มีการจัดเก็บไว้ภายในโกดังของ Bscic จะต้องได้รับการดูแลให้ถูกวิธีรวมถึงต้องมีการบริหารจัดการและจัดจำหน่ายอย่างเหมาะสม โดยเขาได้ย้ำเตือนว่าจะไม่เพิกเฉยต่อการทุจริตหรือการประพฤติมิชอบในการจัดจำหน่ายปุ๋ยทางการเกษตร เช่น การโกงน้ำหนักปุ๋ยอย่างเด็ดขาด และได้แนะนำให้เลิกการจัดจำหน่ายปุ๋ยนำเข้าในปริมาณที่มากผิดปกติ

เขาเน้นย้ำถึงการจัดทำบันทึกการนำเข้า การผลิต และการจัดจำหน่ายปุ๋ยให้ถูกต้อง ทั้งนี้ได้มีการสั่งห้ามไม่ให้โรงงานในสังกัดกระทรวงฯกระทำการเพิ่มจำนวนบุคลากรหรือการเลื่อนตำแหน่งที่ไม่มีความจำเป็นเว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากทางกระทรวงฯ ก่อน เนื่องจากการเพิ่มจำนวนบุคลากรอย่างไม่เหมาะสมจะทำให้โรงงานมีกำไรลดน้อยลง

ทางกระทรวงอุตสาหกรรมจะกำลังเพิ่มการจ้างงานด้วยการกลับมาเปิดโรงงานผลิตน้ำตาลที่เคยปิดตัวลงในอดีตขึ้นใหม่  โดยเน้นย้ำถึงการผลิตอ้อยสายพันธุ์คุณภาพ และเสนอแนะให้เร่งสร้างผลกำไรแก่โรงงานด้วยการผลิตเครื่องดื่มสำหรับส่งออกในโรงงานผลิตน้ำตาลควบคู่ไปด้วย

KM Ali Azamเลขาธิการประจำกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานของงานสัมมนาในครั้งนี้ โดยได้กล่าวภายในงานว่าควรจะมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการและข้อเสนอแนะของชุมชนในพื้นที่ อีกทั้งจะต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการจากภาครัฐเพื่อให้สามารถเปิดโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ได้เลขาธิการประจำกระทรวงฯกำชับให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต มุ่งมั่น และยึดหลักความยุติธรรม โดยได้มีการอภิปรายระหว่างข้าราชการอาวุโสประจำกระทรวงฯ ผู้อำนวยการของหน่วยงานและองค์กรในสังกัดของกระทรวงฯ ผ่านระบบออนไลน์