‘บางจาก’ นำเทรนด์โลก SynBio ต่อยอด 3 ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เตรียมลงทุนโครงการไบโอฮับ และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ 3 กลุ่มหลัก ทั้งอาหารชีวภาพ วัสดุชีวภาพ และเครื่องสำอางชีวภาพ คาดว่ามีความชัดเจนใน 1-2 ปีข้างหน้า พร้อมนำเทคโนโลยี Synthetic Biology หรือ SynBio ซึ่งเป็นชีวนวัตกรรมศาสตร์เปลี่ยนโลกใน 20-30 ปีข้างหน้า ที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสินค้าเกษตรมาปรับใช้ สอดคล้องกับนโยบาย BCG ของรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ

ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยรายละเอียดในเวทีสัมมนา “SynBio Forum 2019 ชีวนวัตกรรม ศาสตร์เปลี่ยนโลก” บางจากกำลังเลือกพื้นที่ตั้งศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ (ไบโอฮับ) ซึ่งเดิมจะตั้งในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่เมื่อพิจารณาถึงความเหมาะสม เห็นว่าควรตั้งโครงการในพื้นที่ใกล้วัตถุดิบ คือ โรงงานน้ำตาล เช่น ที่ จังหวัดขอนแก่น หรือจังหวัดกาญจนบุรี คาดว่าจะได้ข้อสรุปในอีกไม่นานซึ่งจะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจชีวภาพของบางจากฯ ไปสู่ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงในอนาคต

โดยเตรียมนำบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) (BBGI) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงปลายปีพ.ศ. 2563 แต่หากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีมีผลต่อภาวะตลาดหุ้น ก็อาจจะเลื่อนการนำ BBGI เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนนั้นจะนำมาใช้ลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพหรือไบโอฮับ รวมทั้งขยายกำลังผลิตโรงงานไบโอดีเซลและเอทานอล หลังจากกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมการใช้น้ำมันบี 10 และอี 20 อย่างชัดเจนให้เป็นน้ำมันพื้นฐานหลักทำให้ความต้องการใช้เพิ่มขึ้น

โดยทางบีบีจีไอมองโอกาสที่เป็นการต่อยอดเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) โดยสนใจลงทุนใน 3กลุ่มสินค้า คือ อาหารชีวภาพ วัสดุชีวภาพ เช่น พลาสติกย่อยสลายในน้ำทะเล และเครื่องสำอางชีวภาพ ขณะนี้กำลังศึกษารายละเอียดและออกแบบผลิตภัณฑ์ คาดว่าจะมีความชัดเจนใน 1-2 ปีข้างหน้า โดยจะร่วมมือกับห้องแล็บในหลายประเทศเพื่อคัดเลือกเทคโนโลยีชีวนวัตกรรม หรือ Synthetic Biology หรือเรียกสั้นๆ SynBio ที่ต้องการและมีแนวโน้มที่ดีในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป

ทั้งนี้ SynBio หรือ Synthetic Biology ถือเป็นชีวนวัตกรรมศาสตร์เปลี่ยนโลกใน 20-30 ปีข้างหน้า ที่เป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาสินค้าเกษตร ทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และช่วยลดการใช้ทรัพยากรโลก นับเป็นเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ตอบโจทย์วิกฤตทรัพยากรของโลก สอดคล้องกับนโยบาย BCG ของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ

นายกิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวปาฐกถา “นวัตกรรม SynBio สร้างมูลค่าเศรษฐกิจไทย” ว่า รัฐบาลวางเป้าหมายจะยกระดับ BCG ขึ้นไปเป็นเหมือนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนคู่ขนานกันไป เบื้องต้นประเมินว่ามูลค่าเศรษฐกิจ BCG จะเพิ่มขึ้นจาก 3.4 ล้านล้านบาทในปี 2562 เป็น 4.4 ล้านล้านบาทในปี 2565 ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าผ่าน 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เกษตรและอาหาร พลังงานและวัสดุ สุขภาพและการแพทย์ และการท่องเที่ยวและบริการ

ยิ่งไปกว่านั้น นายมุคุนด์ ราว ที่ปรึกษาบริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) ในเครือของบางจากฯ กล่าวเสริมว่า บีบีจีไอมีแผนงานร่วมกับ Ginkgo Bioworks ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของอเมริกา โดยจะได้นำองค์ความรู้และวิทยาการมาพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) ที่บีบีจีไอผลิตและจำหนายเป็นสินค้าหลัก.