อุตสาหกรรมน้ำตาลไทย

ผุดโครงการให้ยืม ‘เครื่องสางใบอ้อย’ แก้ปัญหาเกษตรกรลักลอบเผาอ้อย ลด PM2.5 ฤดูกาลเก็บเกี่ยวหน้า

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหาร MIND ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย ภาคที่ 4 (ศอภ.4) สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) โดยมีนายสมหวัง ก้อนกงไกว ผู้อำนวยการ ศอภ.4 รายงานภาพรวมโครงสร้าง อัตรากำลัง บทบาทภารกิจส่วนภูมิภาคโดยประสานกับหน่วยงานส่วนกลางในการกำหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน งบประมาณการพัฒนาอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และอุตสาหกรรมชีวภาพ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติในภูมิภาค

รวมทั้งศึกษา วิจัย และส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยใช้ปุ๋ยในอัตราที่เหมาะสม นอกจากนี้ยังให้บริการตรวจคุณภาพดิน ตลอดจนเป็นห้องปฏิบัติการวิเคราะห์คุณภาพอ้อยและน้ำตาลทรายในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

แก้ปัญหาเผาอ้อย

ลดฝุ่นควันพิษนอกจากนี้ยังดำเนินการเพิ่มผลิตภาพการผลิตอ้อย การส่งเสริมอ้อยพันธุ์ดี การวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการผลิตและเทคโนโลยี การบริหารจัดการและควบคุมคุณภาพน้ำตาลทรายตามมาตรฐานสากล การวิเคราะห์คุณภาพน้ำตาลทรายและกากน้ำตาล เพื่อรักษามาตรฐานและควบคุมคุณภาพน้ำตาลทราย ตามมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 : 2017

รวมทั้งยังมีมาตรการในการลดการลักลอบเผาอ้อยนำเข้าหีบ โดยดำเนินโครงการให้ยืมเครื่องสางใบอ้อย เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเลิกการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร ซึ่งเป็นต้นเหตุของ PM2.5

โดยฤดูการผลิตปี 2565/2566 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวม 44,514,786.630 ตัน เป็นอ้อยลักลอบเผา 15,941,215.170 ตัน คิดเป็น 35.81%

ส่วนแผนงานความร่วมมือกับโรงงานน้ำตาลในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ดำเนินการ มีโรงงานน้ำตาลขอนแก่น โรงงานน้ำตาลเกษตรผล โรงงานน้ำตาลทรายขาวเริ่มอุดม โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ดำเนินการพื้นที่ต้นแบบการทำไร่อ้อยแบบแปลงใหญ่ ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรในการบริหารจัดการแปลงอ้อย การบริหารจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย โรคและแมลงศัตรูอ้อย การจัดทำแปลงพันธุ์อ้อยสะอาด และกระจายพันธุ์อ้อยไปให้เกษตรกรปลูก

เพิ่มมาตรการด้านสินเชื่อ

สำหรับเกษตรกรไม่เผาอ้อยดร.ณัฐพล กล่าวว่า จากกรณีปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดขึ้นในประเทศช่วงที่ผ่านมา สังเกตได้ว่าเป็นช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบเผาอ้อยอย่างต่อเนื่องนานหลายเดือน รัฐบาลจึงมีนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อลดปริมาณการลักลอบเผาอ้อยให้ได้เป็นศูนย์ อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมาพบว่าปริมาณการเผาอ้อยกลับยิ่งสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ดังนั้น หากต้องการให้อุตสาหกรรมอ้อยเกิดความยั่งยืนและเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศ จึงต้องช่วยกันหยุดการเผาอ้อยให้ได้โดยเร็ว

อย่างไรก็ดี กระทรวงฯ ได้มีนโยบายทั้งในด้านการให้รางวัลแก่คนทำดี มาตรการด้านสินเชื่อ การให้โรงงานมีแผนการตัดและรับซื้ออ้อย ซึ่งเตรียมนำไปสู่การขยายผลต่อไป

ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้แนะนำให้ประสานงานกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเพื่อนำเครื่องสางใบอ้อยมาให้เกษตรกรได้นำไปใช้ในการตัดอ้อยสด การส่งเสริมระบบโลจิสติกส์โดยจัดคิวการตัดอ้อยและการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุน นอกจากนี้ ยังให้ข้อแนะนำ ศอภ. 4 ในการปรับภูมิทัศน์สำนักงานให้สวยงามเพื่อให้เหมาะแก่การให้บริการแก่เกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป