ผู้ผลิตน้ำตาลแคลอรี่ต่ำรับกระแสนโยบายจีน “Healthy China 2030” คาดตีตลาดได้

SweeGen บริษัทสัญชาติสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้ผลิตสารให้ความหวานจากหญ้าหวาน (Stevia) ที่มีปริมาณแคลอรี่เป็นศูนย์เพื่อเป็นวัตถุทดแทนการใช้น้ำตาล เตรียมรุกตลาดใหม่อย่างประเทศจีนหลังจากที่รัฐบาลประกาศใช้แผนพัฒนาด้านสาธารณสุขในชื่อ‘Healthy China 2030’ ซึ่งตั้งเป้าจะลดการบริโภคน้ำตาลของประชากรในประเทศให้เหลือน้อยที่สุด โดยต้องการลดตัวเลขการบริโภคน้ำตาลในประเทศให้ได้อย่างน้อย17% เมื่อเทียบกับในปี พ.ศ.2555 จึงมีการกำหนดให้ประชาชนชาวจีนหนึ่งคนต้องบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่ไม่เกิน25 กรัมต่อวันภายในปี พ.ศ.2573 ซึ่งลดลงจากเดิมที่มีการกำหนดการบริโภคน้ำตาลไว้ไม่ให้เกิน 30 กรัมต่อวัน

Luca Giannone รองประธานฝ่ายขายของ SweeGen ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อ FoodNavigator-Asia ไว้ว่า “ปัจจุบันชาวจีนบริโภคน้ำตาลเป็นปริมาณ 15 ล้านตันต่อปี แต่คาดว่าตัวเลขนี้จะต้องลดลงเพราะรัฐบาลจีนประกาศใช้นโยบาย ‘Healthy China2030’ ซึ่งการบังคับใช้ดังกล่าวประกอบกับพฤติกรรมของผู้บริโภคของชาวจีนส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนไปในแนวทางรักสุขภาพ การเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย และการควบคุมน้ำหนักมากขึ้นจะส่งผลในการเลือกรับประทานขนมและเครื่องดื่มของผู้บริโภค จากการที่ผู้บริโภคชาวจีนส่วนใหญ่เปลี่ยนแนวทางการรับประทานมาเป็นแบบเน้นสุขภาพมากขึ้นทำให้เราเชื่อว่าบริษัทผู้ผลิตสินค้าพร้อมรับประทานหลายๆ แห่งจะเริ่มหันมาลดปริมาณน้ำตาลในสินค้าของตัวเองกันมากขึ้นตามกระแสนิยมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความต้องการใช้วัตถุให้ความหวานแทนน้ำตาลอย่างเช่นหญ้าหวานนั่นเอง

โดยบริษัทตั้งเป้าจะส่งเสริมลดการใช้น้ำตาลและสารให้ความหวานทดแทนซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของนโยบายดังกล่าว โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์หญ้าหวานของบริษัทสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำตาล หรือสารให้ความหวานทดแทนน้ำตาลประเภทอื่นๆ ได้ 100% ในการผลิตอาหารและเครื่องดื่มหลายประเภท โดยได้ลงนามความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐบาลจีนอย่างสมาคมการค้าขายเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศ (CCFT) ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทอุตสาหกรรมการค้าน้ำตาลที่เป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำตาลและคู่ค้ารายใหญ่สุดแก่ธุรกิจต่างๆ ในประเทศจีนและต่างประเทศ 

Giannoneได้กล่าวเสริมไว้ในประเด็นนี้ว่า “ปัญหาใหญ่ที่สุดของการขายวัตถุดิบประกอบอาหารในประเทศจีน ก็คือช่องทางการจัดจำหน่าย เราจึงร่วมมือกับทางสมาคม CCFT ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการายใหญ่ที่สุดของจีน การร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับสมาคมดังกล่าวจะช่วยขยายฐานลูกค้าของ SweeGen ในประเทศจีน และเป็นการส่งเสริมความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อตอบสนองความต้องการหญ้าหวานแก่ผู้บริโภคในประเทศ 

ขณะนี้ เรากำลังรอการอนุมัติให้ใช้ผลิตภัณฑ์หญ้าหวานที่มีชื่อว่า Reb M ในจีน ซึ่งถ้าได้รับยืนยันก็จะถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่เพราะเรามองว่าการใช้สารให้ความหวานจากน้ำตาลประเภทนี้จะเป็นการสร้างความสนใจให้แก่ผู้ประกอบการในจีนและต้องการเข้ามาร่วมธุรกิจกับเราในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตรน้ำตาลน้อยให้มีรสชาติที่ถูกใจของผู้บริโภค”

แม้หญ้าหวานจะไม่ใช่เป็นสิ่งแปลกใหม่สำหรับประเทศจีน แต่ Giannone เน้นย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ให้ความหวานของสวีเจนที่ใช้ตราสินค้าว่าBestevia นั้นถือเป็นผลิตภัณฑ์หญ้าหวานแห่งอนาคต ที่ผ่านเทคโนโลยีกระบวนการผลิตคุณภาพสูงแบบใหม่ เขากล่าวว่า “ความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์หญ้าหวานที่ผลิตกันออกมาเมื่อหลายปีที่แล้วกับBesteviaของเรานั้น ก็คือเทคโนโลยีการแปรสภาพสสารทางชีวภาพที่เป็นเอกสิทธิ์ของเรา โดยใช้เอนไซม์ในการแปรสภาพสารสตีวิออล ไกลโคไซด์ (Steviol glycoside)ให้มีรสชาติที่โดดเด่นกว่าเดิมก่อนนำไปผ่านกระบวนการแยกสารและทำให้บริสุทธิ์”

SweeGenเป็นบริษัทแรกที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์หญ้าหวานที่ผลิตจากกระบวนการแปรสภาพสสารทางชีวภาพที่เป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวของบริษัทและทำให้มีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในตลาด นอกจากประเทศจีนแล้ว บริษัทยังมุ่งเป้าที่จะตีตลาดใหญ่ในประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิคอีกด้วย ส่วนสำหรับธุรกิจในประเทศจีนขณะนี้ ทางบริษัทกำลังดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมายเป็นหลักก่อน ดังที่ Giannone ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “เรากำลังทุ่มเทงบประมาณไปกับการเดินเรื่องขอคำอนุมัติต่างๆ ทางกฎหมายเพื่อจัดตั้งธุรกิจในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะในประเทศใหญ่ๆ อย่างอินโดนีเซีย และในปีนี้เราได้รับการอนุมัติให้ดำเนินธุรกิจแล้วทั้งในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และสิงคโปร์ 

“ในอนาคตอันใกล้นี้เราวางแผนจะขายธุรกิจไปที่ประเทศอินเดียด้วย เพราะเมื่อดูจากจำนวนประชากรกว่าพันล้านคนในประเทศแถบเอเชียใต้อย่างอินเดีย ทำให้เราเล็งเห็นว่ามีโอกาสสูงมากที่ภาครัฐจะใช้นโยบายลดการบริโภคน้ำตาลในประเทศลงเช่นกัน”นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือด้านอาหารและเครื่องดื่มประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ณ ประเทศสิงคโปร์ ภายในระยะเวลา 6-12 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อร่วมมือกับบรรดาบริษัทเจ้าของธุรกิจและผู้ผลิตอาหารในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลศูนย์แคลอรี่จากหญ้าหวาน