สหรัฐอเมริกาเพิ่มโควตานำเข้าน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการภายในประเทศ

สหรัฐอเมริกามีจุดมุ่งหมายที่จะกำหนดการนำเข้าน้ำตาลมากขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการน้ำตาลในประเทศสำหรับผู้ผลิตเบเกอรี ขนมหวานและอุตสาหกรรมอาหารที่ไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจของตนได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากการเก็บเกี่ยวหัวบีทลดลง 10% ในปีนี้ ผู้ส่งออกคาดว่าจำเป็นต้องนำเข้าน้ำตาล 3.86 ล้านตันเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศ

จากการพูดคุยกับแหล่งข่าวชั้นนำ Jack Roney ผู้อำนวยการการวิเคราะห์นโยบายและเศรษฐกิจของกลุ่มพันธมิตรน้ำตาลอเมริกา (American Sugar Alliance) กล่าวว่า “ตลาดสหรัฐมีน้ำตาลไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจของตนและ USDA กำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำตาลที่จำเป็นต้องสั่งเข้าประเทศ และดูเหมือนว่าอาจจะต้องนำเข้าจากแม็กซิโก ซึ่งในตอนนี้กำลังอยู่ในสภาวะมีน้ำตาลส่วนเกิน

สภาพอากาศที่แย่และการคาดการณ์ปริมาณผลผลิตหัวบีทและอ้อยที่ลดลง ทำให้มีผลกระทบต่อการผลิตน้ำตาลในสหรัฐ จากการประเมินล่าสุดของ USDA คาดว่าจะมีการผลิตน้ำตาลที่ 8.6 ล้านตันซึ่งลดลงประมาณ 572,000 ตันจากการคาดการณ์ในเดือนที่ผ่านมา กระทรวงการเกษตรคาดว่าสต็อคน้ำตาลในประเทศจะลดลงสู่ระดับต่ำสุดในสองทศวรรษที่ผ่านมา

น้ำตาลประมาณครึ่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกามักมาจากหัวบีท ตามสถิติของกระทรวงการเกษตรสหรัฐอเมริการะบุว่าการเก็บเกี่ยวหัวบีทลดลงประมาณ 10% ในปีนี้ ดังนั้นจึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอาหารในอเมริกา ในเดือนที่ผ่านมา ผู้ผลิตน้ำตาลสองรายประกาศว่าไม่สามารถจัดส่งน้ำตาลทั้งหมดที่ตกลงกันไว้กับผู้ผลิตขนมหวานและเบเกอรี รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตขนมพาย Tippin ในเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐแคนซัสด้วย

Mark Boyer ประธานบริษัทขนมพายกว่าวว่า เราไม่ได้กังวลมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังมีน้ำตาลอีกมากมายนอกสหรัฐอย่างเช่นที่บราซิล เม็กซิโกและไทย เพียงแต่รัฐบาลสหรัฐต้องอนุมัติให้เราสั่งซื้อได้

เพราะน้ำตาลแตกต่างจากอาหารอื่นๆส่วนใหญ่ ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐได้จัดการจัดหาน้ำตาลจากต่างประเทศในปริมาณต่างๆ ที่จะอนุญาตให้นำเข้าประเทศแต่ละปี แต่ในปีนี้ รัฐบาลจะต้องเปิดและอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศมากขึ้น

อันที่จริงแล้ว จะต้องมีปริมาณมากขึ้น เพราะในการรายงานครั้งใหม่ นักเศรษฐศาสตร์ของกระทรวงการเกษตรประเมินว่าจะต้องนำเข้าน้ำตาล 3.86 ล้านตันเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการในประเทศในช่วงปีงบประมาณปัจจุบัน ที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกันยายนปี 2563 และน้ำตาลส่วนใหญ่มาจากเม็กซิโก เพราะมีข้อตกลงทางการค้ากับเม็กซิโกผลัดแรกในตลาดอเมริกัน

สหรัฐไม่ได้นำเข้าน้ำตาลมากนักตั้งแต่ปี 2524 ซึ่งก่อนหน้านี้ ชาวอเมริกันบริโภคน้ำตาลมากขึ้นและลดการบริโภคน้ำเชื่อมข้าวโพดฟรักโทสสูง

Frank Jenkins ประธานบริษัท JSG Commodities ที่ติดตามตลาดน้ำตาลอย่างใกล้ชิด กล่าวว่าการเปลี่ยนมานำเข้าน้ำตาลนี้มีความซับซ้อนมากกว่าที่คิด “สิ่งที่เราพยายามนำมาใช้แทนคือน้ำตาลทรายขาวจากหัวบีท ซึ่งมาจากตอนกลางของประเทศ แต่เรากลับสูญเสียผลการผลิตจากรัฐเหล่านี้ นั่นคือมินเนโซตา นอร์ทดาโกทา โคโลราโดและมอนทานา” เขากล่าว

ดังนั้น น้ำตาลที่เอามาใช้แทนคือสินค้าวัตถุดิบจากอ้อย จำเป็นต้องดำเนินการในโรงงานไม่กี่แห่งทางแถบชายฝั่งทะเลอย่างเช่นซาแวนนา รัฐจอร์เจีย บัลติมอร์และนิวยอร์คซิตี้ โรงงานเหล่านี้จำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพของตนอย่างมากในปีถัดมาเพื่อให้ขึ้นถึงระดับที่ยังไม่เคยทำได้มาก่อน” Jenkin กล่าว.