สามารถเกษตรยนต์มุ่ง “ลดผลกระทบเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน”

ผู้บริโภคหลายคนเชื่อว่าน้ำตาลเป็นสาเหตุของโรคอ้วน

และการบริโภคน้ำตาลก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วย รัฐบาลหลายประเทศในโลกจึงเข้ามาจัดการเรื่องผลประโยชน์ในการกำหนดภาษีน้ำตาล และทบทวนในการใช้น้ำตาลในอาหาร อย่างไรก็ตาม น้ำตาลถือได้ว่าเป็นวัตถุดิบหลักที่สำคัญของเศรษฐกิจการเกษตรในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งรวมไปถึงประโยชน์ในด้านพลังงานหมุนเวียนที่สามารถต่อยอดได้ในอนาคต

สามารถเกษตรยนต์ คือ หนึ่งในบริษัทด้านวิศวกรที่เชี่ยวชาญในด้านเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อยของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ มีความชำนาญในอุตสาหกรรมน้ำตาลมายาวนาน และมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องจักรอ้อยมาตลอดชีวิต เมื่อได้พูดคุยกับ คุณสามารถ ว่าทำไมถึงประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ท่านยิ้มและพูดว่า “ง่ายมาก แค่เราเอาใจใส่ลูกค้า” โดยบริษัทฯ ได้เริ่มทำการผลิตรถตัดอ้อยมายาวนานกว่า 20 ปี จนประสบความความสำเร็จ แม้การใช้รถตัดอ้อยยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักในขณะนั้น แต่การนำเข้ารถตัดอ้อยจากประเทศฝั่งตะวันตกเพื่อเข้ามาจัดจำหน่ายในตลาดนั้น ยังมีขั้นตอนดำเนินการที่ยุ่งยาก และรถตัดอ้อยยังจำเป็นต้องมีรถบรรทุกคอยวิ่งตามอยู่ด้านข้างเพื่อเก็บอ้อยที่ถูกตัด

ปัจจุบันนี้ รถตัดอ้อยเหล่านั้น มีราคาสูงมากสำหรับเกษตรกรส่วนใหญ่ และยังทำงานไม่ได้ตรงตามที่เจ้าของหลายๆคนต้องการ คุณสามารถจึงเริ่มต้นออกแบบจากแผ่นกระดาษเปล่า จนมีการพัฒนารถตัดอ้อยอย่างเหมาะสมในการใช้งานบนพื้นที่ดินร่วนปนทรายในประเทศไทย ที่ตรงกับความต้องการของเกษตรกรชาวเอเชีย โดยมีผลกระทบต่อการปลูกอ้อยน้อยที่สุด

ขณะนี้ ทางรัฐบาลในหลายๆ ประเทศ ต้องการผลักดันแนวความคิดทำการเกษตรแบบมีผลกระทบต่ำให้ก้าวไปข้างหน้า รัฐบาลไทยจึงเป็นรัฐบาลเดียวที่มีมาตรการหยุดอ้อยไฟไหม้ภายในปี 2565 รวมไปถึงประเทศผู้ผลิตน้ำตาลรายอื่นๆ ที่ได้ตระหนักถึงความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมจากการเผา การอัดแน่นของหน้าดิน และการใช้สารควบคุมวัชพืชบางชนิด ซึ่งทั้งหมดนี้คือสิ่งที่บริษัทฯ ได้ตระหนักมาตลอดในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา

แนวคิด “การลดหน้าดินที่อัดตัวแน่น” เพื่อลดแรงการอัดตัวเป็นชั้นแข็งและรักษาความร่วนซุยของดิน คือคุณลักษณะเด่นในการออกแบบเครื่องจักรของบริษัทฯ เสมอมา รถตัดอ้อยทั้ง 4 รุ่นในปัจจุบัน ใช้ล้อตีนตะขาบ (Rubber Track) หรือ ล้อยาง (Wheel Chassis) หลายล้อ เพื่อกระจายการทำงานของเครื่อง ลดการอัดตัวแน่นของหน้าดินที่เป็นสาเหตุการทำลายต้นอ้อยที่ปลูก แนวคิดการเกิดผลกระทบต่ำนี้ ได้ให้ผลประโยชน์ต่อชาวไร่ในแง่ของการลดความเสียหายต่อรากต้นอ้อยให้น้อยที่สุด ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า ต้นอ้อยจะมีการงอกใหม่อีกครั้ง (เกิดหน่อ) อย่างเต็มที่ และผู้ใช้รถตัดอ้อยของบริษัทฯ บางรายระบุว่า มีการเกิดตออ้อยที่สามหรือจากการปลูกเพียงครั้งเดียวอีกด้วย

The first full process cane harvester from Samart.
The owner (Mr.Samart) overseeing cane loading machine tests.

นอกจากนี้ คนในภูมิภาคเอเชียมีความต้องการใช้งานเครื่องจักรขนาดเล็กที่เคลื่อนที่ได้ เพื่อเข้าถึงพื้นที่แปลงขนาดเล็ก และพื้นที่มีสภาพภูมิประเทศที่เป็นเนิน ด้วยแนวคิดของบริษัทฯ เครื่องจักรขนาดเล็กไม่ได้หมายความว่าสมรรถนะที่น้อยตามลงไปด้วย เนื่องจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องการเครื่องจักรที่มีกำลังสมรรถนะสูง มีความเสถียรบวกความคล่องแคล่ว สามารถทำงานในสภาพภูมิประเทศที่ท้าทาย ด้วยความต้องการเหล่านี้ จึงทำให้รถตัดอ้อยรุ่น SM200 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากประสิทธิภาพรถตัดอ้อยชนิดล้อตีนตะขาบที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ กำลังเครื่องยนต์มากกว่า 200 แรงม้า ที่มีกำลังการตัดสูง ซึ่งรถตัดอ้อยรุ่น SM200 Compact ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทำให้เกิดข้อได้เปรียบในการใช้งานในภูมิประเทศแบบเนินเขา ด้วยการประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยม ทำให้รถรุ่นนี้เป็นที่นิยมของเกษตรกรชาวเอเชียในเวลาไม่ช้า

รถรุ่น SM200 Compact เป็นรุ่นที่เก็บเกี่ยวแบบ “self-unloading” มาพร้อมกับระบบการจัดการช่องตะกร้าจัดเก็บอ้อยที่ด้านท้ายเครื่องในขณะตัด จากนั้นวางตะกร้าที่ใส่อ้อยเต็มแล้วที่หัวแปลงหรือท้ายแปลง (Head land) ขณะเลี้ยวกลับ ด้วยลักษณะพิเศษของรถตัดอ้อยรุ่นนี้ ที่สามารถทำงานได้โดยที่ไม่ต้องมีพาหนะอื่นร่วมนั้น ทำให้รถตัดอ้อยของบริษัทฯ สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ดังนั้น จึงสามารถเข้าถึงพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากและใช้แรงงานคนตัด ที่สำคัญไม่ต้องมีรถบรรทุกคอยตามในขณะตัด จึงทำให้ตออ้อยที่ถูกตัดแล้วไม่เกิดความเสียหายจากการกดทับของรถบรรทุกอีกด้วย

บริษัท สามารถเกษตรยนต์ ยังได้มีการลงทุนอัพเกรดเครื่องยนต์หลากหลายประเภท และติดตั้งระบบระบายความร้อน เพื่อประเมินอัตราส่วนการใช้พลังงานหรือเชื้อเพลิง เพื่อให้เหมาะสมที่สุดกับการใช้งานรถตัดอ้อย บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรด้านวิศวกรรมเหนือสิ่งอื่นใด ดังนั้น จึงสามารถติดตั้งเครื่องยนต์ได้แทบทุกรูปแบบของรถตัดอ้อยรุ่น SM200

Testing “Low Impact” engines as Khao Yai

บริษัทฯ มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ที่ได้พัฒนาให้มีแรงบิด (Torque) สูงสุดที่ความเร็วต่ำ ซึ่งหากเครื่องยนต์เกิดแรงบิดสูง รถตัดอ้อยก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเครื่องยนต์ที่ทำงานด้วยความเร็วรอบ (rpm) ที่ต่ำกว่า เกิดเสียงรบกวนน้อยลงในระหว่างการเก็บเกี่ยว ช่วยลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ ลดการใช้เชื้อเพลิง และช่วยควบคุมการปล่อยมลพิษ นั่นหมายถึงคุณสมบัติเหล่านี้ มีส่วนช่วยอย่างมากต่อมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่รัฐบาลกำหนดแนวทางการลดมลพิษฝุ่น PM2.5 โดยผลจากการทดสอบที่ได้ในระหว่างปี 2563 และระหว่างการประเมินขั้นสุดท้ายอีกบางส่วน คาดการณ์แนวโน้มว่า จะมีการเปิดตัวเครื่องยนต์ที่มีความเร็วต่ำ และเสียงรบกวนต่ำในภายหลังในปี 2564 ซึ่งเป็นการแนะนำผู้ใช้ให้รู้จักกับอีกขั้นของการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่ตอบสนองความต้องการในปัจจุบันทั้งหมด

การตัดอ้อยด้วยเครื่องจักรนั้น ดีกว่าการเผาใบและลำอ้อยที่ตายแล้ว ซึ่งยังสามารถเป็นรายได้ให้กับให้กับชาวไร่อ้อย และสามารถกำจัดศัตรูพืช และโรคพืชได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากตอนนี้ การเผาไร่อ้อยนั้นไม่นิยมทำกันแล้ว อีกทั้งการใช้รถตัดอ้อยยังมีหลายข้อดี ยกตัวอย่างประการแรก ด้วยความสามารถของรถตัดอ้อยของบริษัท สามารถเกษตรยนต์ เศษอ้อยที่ถูกสับแล้วถูกเครื่องดึงออกจากต้นอ้อยในระหว่างการเก็บเกี่ยว จะถูกเครื่องเป่าออกไปที่บริเวณในไร่ที่ตัดอ้อยโดยตัวเครื่องยนต์ (เครื่องปอกและเครื่องเป่าลม ที่ได้ปรับปรุงใหม่ในปี 2561 ที่ให้การสับที่ละเอียดกว่าเดิม) “เศษอ้อย” เหล่านี้จะช่วยยับยั้งวัชพืช และกลายเป็นซากใบไว้คลุมตออ้อย

ประการที่สอง บริษัทฯ ยังมีชุดฐานใบมีด (ชุดฐานใบมีดตัวใหม่ได้ถูกพัฒนาระหว่างสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาด โดยช่วยตัดก้านอ้อยที่ยาวและมีการปรับปรุงความทนทานของใบมีด) สามารถตัดต้นอ้อยที่โคนอยู่ใกล้บริเวณพื้นดิน ลดโอกาสในการเกิดศัตรูพืชและโรคพืชที่เป็นภัยต่ออ้อยตอที่กำลังงอกใหม่ และประการสุดท้าย การหยุดการเผาไร่อ้อย อาจเป็นเหตุผลที่ชัดเจนที่สุด ในการขจัดความเสี่ยงที่มีต่อสิ่งแวดล้อม บุคคล และสัตว์ป่า

แน่นอนว่า การลดการใช้เชื้อเพลิงและลดเสียงรบกวนระหว่างการทำงานนั้นเป็นเรื่องที่ดี แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะทำให้การใช้เครื่องจักรกลเกษตร เป็นกระบวนการที่จำเป็นต่อสิ่งแวดล้อม บริษัท สามารถเกษตรยนต์ ในฐานะผู้ครองแชมป์ด้านการเก็บเกี่ยวอ้อยแบบแนวคิดผลกระทบต่ำมานานกว่าสองทศวรรษ ก็ได้สอดคล้องกับแนวคิดที่มาจากการสนับสนุนจากรัฐบาลอยู่แล้ว โดยในช่วงสถานการณ์ระบาดของไวรัส Covid-19 วิศวกรของบริษัทฯ ได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้กระบวนการที่สมบูรณ์แบบ มอบแก่เกษตรกรในเอเชีย ให้สามารถเข้าถึงเครื่องตัดอ้อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ยังคง “รักษาสิ่งแวดล้อม” ด้วย บริษัทฯ มีการออกแบบรถตัดอ้อยโดยคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของเอเชียที่บางพื้นที่ไม่ได้เหมาะสมเสมอไป อีกทั้งเครื่องจักรไม่จำเป็นต้องมีความซับซ้อน หรือความหรูหรา แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องมีความน่าเชื่อถือ และดูแลรักษาได้ง่าย

หากเครื่องจักรเสีย ถือความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หากต้องมีการใช้เครื่องจักรในทันที แต่จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า หากชิ้นส่วนอะไหล่สำคัญๆ สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องรอการผลิต หรือรอจัดส่งจากต่างประเทศ แต่สามารถหาซื้อได้ง่าย มีความน่าเชื่อถือ พร้อมใช้งานได้ตลอด อีกทั้งยังมีบริการข้อมูลจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับรายละเอียดชิ้นส่วนอะไหล่ เพียงแค่ลูกค้าลองโทรเข้ามาสอบถามข้อมูลบริษัท สามารถเกษตรยนต์ ก็พร้อมยินดีให้บริการทุกคำตอบ

แนวความคิดของบริษัท สามารถเกษตรยนต์ ในอนาคตก็จะกลายเป็นมาตรฐานต่อไป แต่ค่านิยมของแนวคิด “ผลกระทบต่ำ” จะกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในความคิดเห็นของลูกค้าบริษัทฯ คำว่า แนวคิดผลกระทบต่ำ ในขณะนี้ อาจหมายถึงความเงียบในการทำงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในอนาคต การเพาะปลูกที่มีการพัฒนาขึ้น สามารถการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น ลดการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องจักร ซึ่งก็ได้รับแรงสนับสนุนมาจากผู้ใช้สินค้าจริง ในเรื่องของ “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” (Full Life Value) และเมื่อการมีความเข้าใจมากขึ้นสิ่งต่างๆ มากขึ้น ก็จะสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่าง “มีกำไร” แต่ คุณ สามารถ ลี้ธีระนานนท์ นั้นทราบอยู่แล้วว่า ทำไมเครื่องจักรถึงประสบความสำเร็จ เพราะท่านมีหลักเกณฑ์แนวคิดที่ว่า ออกแบบเพื่อคนเอเชีย จากคนเอเชีย ใช้ในเอเชีย.

SAMART KASET-YON LTD.,PART

Address : 184 MOO11 HANKHA CHAINART 17130
Email : srinuals@hotmail.com
Tel : +66 5645 2222
Fax : +66 5645 2221
Website : WWW.SAMARTKASETYON.COM