“สามารถเกษตรยนต์” ชูรถตัดอ้อย SM-200 คุณภาพระดับโลก ครองใจเกษตรไทย-เทศ

บทบาทของรถคีบอ้อยและรถตัดอ้อยในอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาล มีแต่จะเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน เนื่องจากสามารถทุ่นแรงเกษตรกรและทดแทนแรงงานที่ขาดแคลนได้ และในตลาดต่างประเทศ รถคีบอ้อยและรถตัดอ้อยของสามารถเกษตรยนต์ ผู้ผลิตสัญชาติไทย ถือเป็นที่ยอมรับอย่างมากจากสมรรถนะที่ดี โดยเฉพาะรุ่น SM-200 ที่เปิดตัวสู่ตลาดมาอย่างยาวนาน และเมื่อไม่นานมานี้ สามารถเกษตรยนต์ได้แนะนำ รถตัดอ้อยขนาดใหญ่รุ่น SM-200 Giant ที่ผสมผสานทั้งความคงทนและเทคโนโลยีเอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ซึ่งผู้บริหารระดับสูงของสามารถเกษตรยนต์ คือคุณสามารถ ลี้ธีระนานนท์ กรรมการผู้จัดการ และ คุณศรีนวล ลี้ธีระนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ที่จะมาทำให้เรารู้จักธุรกิจรายนี้และผลิตภัณฑ์ของสามารถเกษตรยนต์มากขึ้น

คุณสามารถ ลี้ธีระนานนท์ กรรมการผู้จัดการของสามารถเกษตรยนต์ เเละคุณศรีนวล ลี้ธีระนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย

“ปัญหาแรงงาน” จุดเปลี่ยนธุรกิจสู่การผลิตเครื่องจักร

สามารถเกษตรยนต์เริ่มธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2539 ซึ่งคุณสามารถ ลี้ธีระนานนท์ กรรมการผู้จัดการในขณะนี้ เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นมาโดยเริ่มจากการขายเครื่องมือเกษตรสำหรับอ้อย แต่ขณะนั้นยังเป็นร้านเล็กๆ ใน อ.หันคา จ.ชัยนาท บริการของร้านยังรวมไปถึงการซ่อมแซมเครื่องมือต่างๆ

คุณศรีนวล ผู้อำนวยการฝ่ายขายและบุตรของคุณสามารถ เล่าให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า ครอบครัวปลูกอ้อยมาตั้งแต่สมัยคุณย่า แต่ขณะนั้นคุณย่ามีปัญหากับคนขึ้นอ้อย อย่างเช่น ทำผลผลิตออกมาไม่ตรงกับจำนวนที่ตกลงกัน ขณะเดียวกันชาวไร่คนอื่นๆ ก็ประสบปัญหานี้ คุณสามารถซึ่งเป็นบุตรจึงคิดว่า ต้องหาเครื่องจักรมาทดแทนการใช้แรงงานมนุษย์ และแบ่งเบาภาระของชาวไร่อ้อย

คุณศรีนวล ย้อนอดีตให้ฟังว่า ตลาดแห่งแรกสำหรับรถคีบอ้อยของบริษัทอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร และขายได้ในปริมาณที่น่าพอใจ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีการปลูกอ้อยอย่างหนาแน่นและเป็นตลาดใหญ่ หลังจากนั้นชาวไร่อ้อยจากพื้นที่อื่นจึงเริ่มหันมาใช้รถคีบอ้อย เมื่อความต้องการเพิ่มมากขึ้นบริษัทจึงเพิ่มการผลิตรถคีบอ้อย

ตลาดนอกถูกใจ การันตีคุณภาพรถคีบอ้อย

ธุรกิจที่เติบโตขึ้น ทำให้กำลังการผลิตเติบโตตาม และเมื่อ 15 ปีที่แล้ว สามารถเกษตรยนต์ก็ได้แนะนำรถคีบอ้อย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ตลาดรู้จัก และขณะนี้มียอดขายสูงถึง 100 – 200 คันต่อปี ทำให้ตัดสินใจเพิ่มกำลังผลิต เพื่อส่งขายในตลาดต่างประเทศด้วย

“คุณสามารถนำความรู้ด้านรถไถ มาบวกกับความเป็นไปได้ในการผลิตรถตัดอ้อย ได้ทำการทดลองมาหลายรูปแบบเหลือเกิน ตั้งแต่ติดตั้งบนรถไถ ตัดด้วยการหมุน สวิงด้าย ทำมาทั้งหมด 5-6 ซีรีส์ จนกระทั่งล่าสุดมาเป็นรถคีบหน้าและรถคีบหลัง รถคีบหลังเกียร์ทอร์ค ซึ่งมียอดขายอันดับต้นๆ ของประเทศ” คุณศรีนวล กล่าว

ขณะนี้บริษัทส่งรถคีบอ้อย แบบคีบหน้าไปยังหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย ส่วนรถตัดอ้อยขนาดเล็ก SM-200 ก็ได้รุกเข้าสู่ตลาด 2 แห่งนี้ และแห่งอื่นๆ อาทิ บราซิล กัมพูชา และเมียนมาแล้วด้วย

คุณศรีนวลเล่าอีกว่า ลูกค้ารายหนึ่งจากฟิลิปปินส์แสดงความคิดเห็นมาว่า หลังจากทดลองรถตัดอ้อยจาก 5 ประเภทแล้วพบว่า รถตัดอ้อยของสามารถเกษตรยนต์ใช้งานได้ดีที่สุด ให้ประสิทธิภาพการตัดที่พอใจ และราคาอยู่ในระยะที่รับได้

“เขาทดสอบรถตัดอ้อยของเราแบบสภาพสุดขั้ว ในสภาพไร่ตัดยากมาก อ้อยก็ล้มซึ่งผลทดสอบออกมา รถของเรามีสมรรถนะและประสิทธิภาพที่ดี ไม่มีปัญหา ตัดได้ทุกวันไม่มีหยุดเลย และเป็นราคาเราเขารับ”

คุณสามารถ ลี้ธีระนานนท์ กรรมการผู้จัดการของสามารถเกษตรยนต์ เสริมในประเด็นนี้ว่า จริงอยู่ที่หลายคนมองว่า คุณภาพสินค้าไทยสู้ของนอกไม่ได้ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากได้รับการพัฒนาอย่างจริงจัง และภาครัฐพยายามกำจัดการผูกขาดตลาดให้มากกว่านี้โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ศักยภาพของผู้ผลิตชาวไทยระดับกลางและเล็กที่มีอยู่แล้ว ก็จะแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ และเชื่อว่าไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ผลิตต่างประเทศเลย ดังจะเห็นได้จากรถตัดอ้อยและรถคีบอ้อยของสามารถเกษตรยนต์ ที่ได้รับการยอมรับในตลาดต่างประเทศหลายแห่ง

ครองใจลูกค้า ด้วยจุดเด่น “ทนทาน-บริการฉับไว”

คุณศรีนวล กล่าวย้อนกลับมาถึงตลาดในประเทศว่า สิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่งรายอื่นๆคือคุณภาพของรถคีบอ้อย และรถตัดอ้อย ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างมีการออกแบบที่ทำให้เกษตรกรใช้งานง่าย หาอะไหล่ได้ง่าย และต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ

“สินค้าของเราทุกตัวที่ออกไป เราใช้โครงสร้างเหล็กที่มีคุณภาพ ผ่านการออกแบบมาอย่างดี ผลิตภัณฑ์จึงมีคุณภาพค่อนข้างสูง อย่างเช่น รถคีบ ที่ลูกค้าบอกว่าทนทานซ่อมน้อยมาก บางคนถึงกับบอกว่าใช้มานาน 10 ปี ยังไม่เคยเปลี่ยนนํ้ามันเครื่อง หรือตัวกรอง ซึ่งเราก็แนะนำลูกค้าว่าควรเปลี่ยนและต้องมั่นดูแลรักษา” คุณศรีนวล กล่าว

เมื่อพูดถึงด้านบริการ คุณศรีนวลกล่าวว่า เบื้องต้นเกษตรกรหรือผู้ใช้งานก็ต้องซ่อมแซมอุปกรณ์บางส่วนด้วยตัวเองเป็นในระดับหนึ่ง เนื่องจากการผลิตอ้อยมีเวลาจำกัดเพียงแค่ 4 เดือน แต่ถ้าหากเกิดปัญหาบางอย่างที่ต้องใช้ทักษะพิเศษก็สามารถเกษตรยนต์ก็มีทีมช่างที่พร้อมให้บริการ และมีความสามารถในการซ่อมแซมทั้งรถคีบอ้อยและรถตัดอ้อย

ส่ง SM-200 และ SM-200 Giant ลุยตลาดในประเทศ

รถตัดอ้อยรุ่น SM-200 ถือได้ว่าครองใจผู้ใช้งานชาวไทยอย่างมาก ด้วยยอดขายที่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศมานานกว่า 10 ปีตั้งแต่แนะนำสู่ตลาด ซึ่งคุณศรีนวล ให้รายละเอียดว่า รถรุ่นนี้สามารถตัดอ้อยได้ถึง 80-100 ตันต่อวัน มาพร้อมเครื่องยนต์ที่มีกำลัง 200 แรงม้า และลูกสูบ 6 สูบ เหมาะกับแปลงไร่อ้อยขนาดเล็ก และใช้งานได้กับพื้นที่ดอนอย่างเช่น ที่ อ.วังนํ้าเขียว จ.นครราชสีมา สามารถตัดอ้อยในฤดูฝนและอ้อยล้มได้ ถ้าหากพื้นที่ดังกล่าวไม่มีนํ้าขังสูง ส่วนจุดแข็งอีกอย่างหนึ่ง คือ ดูแลรักษาง่ายสำหรับเกษตรกรทั้งในไทยและต่างประเทศ

ผลิตภัณฑ์รุ่นชูโรงอีกตัวหนึ่ง คือ รถตัดอ้อยขนาดใหญ่รุ่น SM-200 Giant ที่มียอดขายแล้วกว่า 20 คัน ทั้งๆ ที่เปิดตัวได้ไม่นาน รถรุ่นนี้มาพร้อมประสิทธิภาพการตัดอ้อย 120-220 ตันต่อวัน โดยใช้เครื่องยนต์แบบเดียวกันคือ 200 และลูกสูบ 6 สูบ และด้วยขนาดที่ใหญ่จึงเหมาะกับแปลงขนาดใหญ่ หรือไร่ที่มีความยาวตั้งแต่ 500-1,000 เมตร สามารถตัดอ้อย บรรทุกอ้อย และถ่ายอ้อยออกสู่รถบรรทุกได้ในคันเดียว

รถคีบอ้อย (มุมข้างหน้า)

“รถคันนี้ทำงานได้ 3 ใน 1 ตัด บรรทุก แล้วก็ถ่ายใส่รถบรรทุก ได้ในตัวเดียวกันเลย แล้วก็ตัดในที่ที่ฝนตกได้ด้วย” คุณศรีนวลกล่าว

นอกจากนี้ การออกแบบก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รถคีบอ้อยและรถตัดอ้อยของแบรนด์มีความแตกต่าง เนื่องจากได้รับการคิดค้นโดยทีมงานชาวไทยทั้งหมดบนฐานของความต้องการจริงของผู้ใช้งาน ซึ่งนอกจากไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์ของผู้เล่นรายอื่นแล้ว ยังทำให้ตอบโจทย์การใช้งานในไร่อ้อยอีกด้วย

“เราไม่มีการเลียนแบบผู้อื่น เพราะเราเห็นแล้วว่าแบบที่เราออกแบบจะตอบโจทย์ที่สุด เราเป็นผู้นำในการออกแบบรถตัดอ้อยทั้ง 2 รุ่น ดีไซน์ของเราไม่ทำให้ดินแน่นทำให้ตออ้อยของคุณดี ทำให้เหลือเงินในกระเป๋ามากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราคำนึงเสมอว่ารถจะต้องเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า”

รถคีบอ้อยและรถตัดอ้อยของสามารถเกษตรยนต์ จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งให้กับเกษตรกรไทยเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลไทย ซึ่งสามารถเกษตรยนต์มุ่งเน้นหลักการทำงานและบริหาร คือ ”สินค้ามีคุณภาพ” “มีประสิทธิภาพสูงสุด” และ “คุ้มค่าต่อการลงทุน”

ชูจุดแข็ง “รถตัดที่เป็นมากกว่ารถตัด-พัฒนาบุคลากร” เพิ่มขีดแข่งขันอนาคต

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดรถตัดอ้อยที่เริ่มดุเดือดขึ้นจากคู่แข่งทั้งในและนอกประเทศ ทำให้สามารถเกษตรยนต์ต้องพัฒนาตัวเองให้เหนือกว่าคู่แข่ง และเพิ่มความสามารถของรถตัดอ้อยให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรในอนาคต ซึ่งขณะนี้มีแผนการแบ่งเป็น 2 ส่วน แผนแรกคือการพัฒนารถตัดให้เป็นมากกว่ารถตัดอ้อย ด้วยการใช้เทคโนโลยี

“รถตัดในอนาคตต้องบอกว่าตัดได้กี่ตัน ตัดตรงนี้ดีแค่ไหน ผลผลิตดีไหม ตัดตรงนี้แล้วผลผลิตเพิ่มขึ้นหรือลดลง เขาจะสามารถป้อนข้อมูลให้กับเจ้าของรู้ว่าตัดได้กี่ตัน เงินที่ได้ควรจะอยู่ที่เท่าไร เขาจะมีดาต้า(ข้อมูล)มากกว่าแค่การตัดอ้อย” คุณศรีนวล กล่าว

อีกส่วน คือ การขยายตลาด โดยปักหมุด 3 ตลาดหลักคือ เม็กซิโก ทวีปแอฟริกาและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อย่างไรก็ตาม แม้การบริการและตัวสินค้าของบริษัทจะพัฒนาไปมากเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลย คือ ความต้องการของลูกค้า คุณศรีนวล มองว่า ผู้ที่ให้ข้อมูลว่าสินค้าควรปรับปรุงและพัฒนาไปในทิศทางใด ส่วนหนึ่งคือ ลูกค้า และความใส่ใจลูกค้านี่เอง คือ จุดยืนของบริษัทตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน และเรื่อยไปถึงอนาคต นอกจากนี้ คุณสามารถ บิดา ก็เป็นชาวไร่อ้อยมาก่อน จึงเข้าใจว่าชาวไร่อ้อยต้องการอะไร

“เราแทบไม่คำนึงเลยว่าเราจะได้กำไรเท่าไหร่ แต่ชาวไร่ต้องการอะไรและจะทำอะไรจะได้อะไรกับสินค้าที่เราผลิตบ้าง จริงๆ แล้วหลักการบริการของคุณสามารถจะดูแลลูกน้องเหมือนคนในครอบครัว ทุกคนจะเข้าถึงผู้บริหารได้ทุกคน เรารับฟังไม่ใช่แต่ชาวไร่อ้อย แต่ฟังพนักงานของเราด้วย และในอนาคตเราจะขยายกำลังการผลิตเช่นกัน และจะมีการพัฒนาบุคลากรให้ตอบโจทย์กับชาวไร่อ้อยสูงสุด”

“เติบโตไปด้วยกัน” ทางรอดที่ยั่งยืนอุตสาหกรรมอ้อย-นํ้าตาลไทย

คุณสามารถ กล่าวทิ้งท้ายว่า การให้สัมภาษณ์ครั้งนี้มีการกล่าวถึงเกษตรกรหรือภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลบ่อยครั้ง เป็นเพราะแนวคิดของตนที่มองว่า ถ้าหากเกษตรกรอยุ่ได้ ผู้ผลิตนํ้าตาล และผู้ผลิตเครื่องจักรอยู่ได้ ไม่มีใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเติบโตเดี่ยว นี่ต่างหากจะเป็นอนาคตที่ยั่งยืนของอุตสาหกรรม

“ในฐานะผมเป็นผู้ผลิต เราต้องขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่เติบโตได้เพียงคนเดียว มันต้องเป็นชาวไร่ อุตสาหกรรมการผลิต เครื่องจักรกลการเกษตรอุตสาหกรรมอ้อยนํ้าตาลร่วมมือกัน สิ่งสำคัญต้องหันกลับมามองในประเทศมากที่สุดและผลักดันการพัฒนาและให้โอกาสในตลาดมากกว่านี้ ไม่ใช่ผูกขาดธุรกิจเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งถ้าในอนาคตข้างหน้า แม้ราคานํ้าตาลไทยจะแพงกว่าตลาดร้อยเท่า ผมก็จะซื้อนํ้าตาลไทยกิน เพื่อความอยู่รอดของเกษตรกรไทย”

การเลียนแบบผู้อื่น เพราะเราเห็นแล้วว่าแบบที่เราออกแบบจะตอบโจทย์ที่สุด เราเป็นผู้นำในการออกแบบรถตัดอ้อยทั้ง 2 รุ่น ดีไซน์ของเราไม่ทำให้ดินแน่น ทำให้ตออ้อยของคุณดี ทำให้เหลือเงินในกระเป๋ามากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราคำนึงเสมอว่า รถจะต้องเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า

SAMART KASET-YON LTD.,PART

Address : 184 MOO11 HANKHA CHAINART 17130
Email : srinuals@hotmail.com
Tel : +66 5645 2222
Fax : +66 5645 2221
Website : WWW.SAMARTKASETYON.COM