อินเดียพร้อมสร้างเศรษฐกิจเอทานอลมูลค่า 50,000 ล้านรูปี

นิธิน กาธารีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งทางบกและทางยกระดับของประเทศอินเดีย และกระทรวงการขนส่งระดับรัฐวิสาหกิจจุลภาค ขนาดกลางเเละขนาดย่อม ประกาศว่าอินเดียพร้อมเดินหน้าโครงการเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อสร้างเศรษฐกิจเอทานอลมูลค่าห้าหมื่นล้านรูปีกลับสู่ประเทศ

ความสำคัญของเอทานอลที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งต้นมาจากกลุ่มผู้ค้าส่งน้ำมันหรือโอเปค จะทำให้ประเทศอินเดียสามารถรักษาเงินสำรองต่างประเทศไว้ได้ ส่งผลให้กลายเป็นประเทศผู้ส่งออกและนำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลกในที่สุด นายกรัฐมนตรีของอินเดียได้ตั้งเป้าที่จะลดการนำเข้าน้ำมันไว้ที่ร้อยละ 67 ภายในปี 2565 เมื่อประเทศอินเดียเฉลิมฉลองเอกราชครบ 75 ปี และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์นี้ เอทานอลจึงมีความสำคัญขึ้นมาในทันที

นิธิน กาธารีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งทางบกและทางยกระดับของประเทศอินเดีย และดำรงตำแหน่งกระทรวงการขนส่งระดับรัฐวิสาหกิจจุลภาค ขนาดกลางเเละขนาดย่อม

เช่นเดียวกัน เอทานอลสามารถช่วยลดมลพิษและช่วยให้อินเดียบรรลุพันธสัญญา COP-21 ในการประชุมด้านสภาวะอากาศขององค์การสหประชาชาติ การบูรณาการเอทานอลเข้ากับน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นถึงสี่เท่าตั้งแต่ปี 2557 และมีเป้าหมายจะให้เพิ่มถึงร้อยละ 10 โดยการบูรณาการดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 38 ล้านลิตรในช่วงปี 2556-2557 เป็น 141 ล้านลิตรในช่วงปี 2560-2561

ความต้องการที่จะสร้างเศรษฐกิจเอทานอลมูลค่าห้าหมื่นล้านรูปีของอินเดีย ทำให้นายนิธินกล่าวว่าเชื้อเพลิงชีวภาพจะสร้างผลกำไรแก่ “เศรษฐกิจและระบบนิเวศ” และเมื่อห้าปีที่ผ่านมา มีการสร้างความน่าเชื่อถือว่าเอทานอลสามารถใช้ทดแทนพลังงานน้ำมันได้และนโยบายนี้กำลังมีผลบังคับใช้ได้จริงแล้ว

“ประธานจากบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่เข้าพบผมเมื่อเร็วๆนี้ ผมบอกเขาว่า บริษัทของคุณจ่ายเงินถึงหนึ่งหมื่นล้านรูปีเพื่อซื้อไฮโดรคาร์บอนจากต่างประเทศ แต่ทำไมคุณไม่จ่ายเพียงสองล้านรูปีเพื่อพลังงานที่สะอาดกว่า เพราะชาวไร่ชาวนาสามารถขายเอทานอลให้แก่คุณได้” นายนิธินเอ่ยขึ้น

เขายังพูดเสริมอีกว่า ทุกวันนี้ บริษัทน้ำมันจำนวนมากกำลังค้นหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อมุ่งสู่พลังงานสะอาด “เราทั้งหลายมาถูกทางแล้วเพราะผมและนายกรัฐมนตรีมีความมั่นใจในเรื่องนี้”

“อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในไร่นาเป็นเรื่องเล็กมากๆ และเราต้องเดินหน้าต่อไปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่เศรษฐกิจเอทานอลจนถึงห้าหมื่นล้านรูปีให้ได้ในประเทศอินเดีย” นายนิธินกล่าว “ถ้าการใช้เอทานอลเพิ่มสูงขึ้น ก็จะช่วยในด้านเศรษฐกิจและระบบนิเวศเพราะการนำเข้าน้ำมันดิบจะลดลง”

มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของอินเดียจะเติบโตขึ้นถึงเจ็ดล้านล้านดอลลาร์ในปี 2573 ดังนั้น การสร้างเศรษฐกิจด้วยเอทานอลจะส่งเสริมเศรษฐกิจภายในประเทศ เมื่อเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีอินเดียยังประกาศว่าเขากำลังออกนโยบายที่เน้น “การทดแทนการนำเข้า สร้างราคาที่เป็นธรรมและปลอดมลพิษ” อีกด้วย.