“อุบลไบโอเอทานอล” เดินหน้าใช้เทคโนโลยียีสต์ผลิตเอทานอลเชิงพาณิชย์

บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (UBE) นำเทคโนโลยียีสต์เอทานอล ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดยสถาบันนวัตกรรม ปตท. มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตเอทานอลเชิงพาณิชย์เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด นำไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมอื่นๆในประเทศไทย เป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการนำเอทานอลไปผสมในน้ำมัน E20 พร้อมเล็งขยายกำลังการผลิตเอทานอลในอนาคต ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมพลังงานครบวงจร เพื่อตอบสนองความหลากหลายของกลุ่มผู้บริโภค

นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาการใช้เทคโนโลยียีสต์ สำหรับกระบวนการผลิตเอทานอลเพื่อการพาณิชย์ ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด โดยมี นางสาวอรุณรัตน์ วุฒิมงคลชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันนวัตกรรม ปตท. นางสาววิวรรณ ธรรมมงคล ผู้จัดการฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวัสดุ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายชุณห์ โภไคศวรรย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด ร่วมลงนาม

โดยความร่วมมือนี้ เป็นการนำเทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวข้องกับคัดการเลือกและพัฒนาสายพันธุ์ยีสต์ ซึ่งก่อนหน้านี้ มีการวิจัยเเละพัฒนาโดยสถาบันนวัตกรรม ปตท. การันตีโดยรางวัล PTT Innovative Idea Awards ระดับ Silver จากงานวิจัยเรื่อง PTT Yeast Technology Platform จากโครงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท. เมื่อปี 2559 ในงาน PTT Group Excellence Days ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวเป็นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่ใช้ในการค้นหาและพัฒนายีสต์สายพันธุ์ทนร้อนที่ใช้ในกระบวนการผลิตเอทานอลที่อุณหภูมิสูง โดยผลงานนี้เป็นการร่วมวิจัยของคณะนักวิจัยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

โดยปกติแล้วการทำงานของยีสต์ในการหมักเอทานอล โดยเฉพาะยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ซึ่งมีการใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอล จะมีอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญของเชื้ออยู่ในช่วงอุณหภูมิ 25-35 องศาเซลเซียส หากต้องการให้ยีสต์ผลิตเอทานอลในปริมาณมาก จำเป็นต้องควบคุมระดับอุณหภูมิในกระบวนการหมักให้อยู่ประมาณ 30 องศาเซลเซียส นอกจากนี้การผลิตเอทานอลในระดับอุตสาหกรรมมักจะเกิดปฏิกิริยาความร้อนร่วมด้วย และความร้อนที่เกิดขึ้นจะถูกระบายออกผ่านระบบการหล่อเย็น (Cooling) เพื่อให้จุลินทรีย์ไม่ถูกความร้อนทำลายและยังสามารถเจริญเติบโตได้ ซึ่งเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานและส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นการค้นหายีสต์สายพันธุ์ทนร้อนที่มีประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์และหมักเอทานอลที่อุณหภูมิสูงได้ นับเป็นทางเลือกที่ช่วยลดระยะเวลาการหมักให้สั้นลงและไม่ต้องใช้ระบบหล่อเย็นในการระบายความร้อน ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 30-35 เปอร์เซ็นต์ และยังช่วยลดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์อื่นๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยเป็นประเทศในเขตร้อน โดยเฉลี่ยแล้วมักมีอุณหภูมิช่วงกลางวันสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ดังนั้น งานวิจัยที่ศึกษาและพัฒนาการคัดเลือกยีสต์สายพันธุ์ทนร้อนเพื่อนำไปพัฒนากระบวนการผลิตเอทานอลที่อุณหภูมิสูงจึงเป็นประโยชน์และมีความจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตเอทานอลในประเทศไทยอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการช่วยส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในประเทศให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

ทั้งนี้ ภาพรวมกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอลในอีก 5 ปีข้างหน้า ทางบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเอทานอลให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการกำหนดให้น้ำมัน E20 เป็นน้ำมันขั้นพื้นฐาน จะทำให้ปริมาณการใช้เอทานอลภายในประเทศสูงขึ้น หรือการจำหน่ายเอทานอล ในเกรดอุตสาหกรรมในธุรกิจด้านเวชสำอางค์ เป็นต้น จะทำให้ทางบริษัทฯ สามารถขยายกำลังการผลิตเอทานอลได้ในอนาคต การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากแป้งมันสำปะหลังที่มีมูลค่าสูงไม่ว่าจะเป็น สาคูออร์แกนิค สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ฯลฯ อีกมากมาย รวมทั้ง การสร้างธุรกิจใหม่ๆโดยมุ่งเน้น การทำ Organic product ที่หลากหลายพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้รักสุขภาพในตลาดโลก

Digital Edition