เอทานอลบราซิลกำลังเฟื่องฟูขึ้นตามอุปสงค์ตลาดจีน

ประเทศจีนกำลังอยู่ในสภาวะขาดแคลนเอทานอลอยู่ราว 10 ล้านตัน ซึ่งอาจจะกลายเป็นโอกาสให้ประเทศบราซิล ซึ่งมีจีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุด ได้กลายเป็นผู้จัดหาเอทานอลหลักให้กับจีน จริงอยู่ว่าอุตสาหกรรมการผลิตเอทานอลสำหรับส่งออกไปยังประเทศจีนนั้นจะสร้างรายรับได้เป็นจำนวนมาก และจะมีส่วนช่วยในการลดการปลดปล่อยก๊าซจากการใช้น้ำมันที่ผสมเชื้อเพลิงชีวภาพแทน แต่อย่างไรก็ตาม สภาพเช่นนี้อาจทำให้ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าของประเทศบราซิลทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ประเทศจีนมีรถยนต์อยู่บนท้องถนนทั้งสิ้นราวๆ 332 ล้านคัน ว่ากันว่าจีนนั้นเป็นหนึ่งในบรรดาประเทศที่มีรถวิ่งอยู่บนท้องถนนเป็นจำนวนมากกว่าประเทศอื่นๆ ในโลก รถส่วนใหญ่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง โดยจีนวางแผนเอาไว้ว่าจะปรับสัดส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ใช้เอทานอล 10 เปอร์เซ็นต์เป็นส่วนผสมในปีหน้า

และเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศบราซิลนั้นเป็นประเทศอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพที่ใหญ่ที่สุดเป็นลำดังสองของโลก แต่อุตสาหกรรมดังกล่าวก็ต้องเผชิญกับผลจากความผันผวนของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของภาครัฐ แต่กระนั้น ก็ยังได้รับการสนับสนุนจากช่องทางการส่งออกในปริมาณมหาศาลยิ่งไปยังตลาดของประเทศจีน

มีการวิเคราะห์จากนักสิ่งแวดล้อมหลายๆท่านว่า การผสมเอทานอลเข้ากับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ในจีน จะมีส่วนช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่นักสิ่งแวดล้อมเหล่านี้กลับไม่ตระหนักถึงผลสืบเนื่องที่จะตามมา เนื่องจากอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพจำต้องอาศัยพื้นที่มหาศาลในการปลูกข้าวโพดและอ้อย เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตเอทานอล จากประเด็นดังกล่าว มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่การผลิตเอทานอลจะนำไปสู่การบุกรุกพื้นที่ป่า

“มันมีความเสี่ยงของการแลกปัญหาข้อหนึ่ง คือปัญหาการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ตามมาด้วยปัญหาอีกอย่างที่เลวร้ายกว่าเดิม อย่างการบุกรุกทำลายป่า” ริคาโด จุนเคียรา ฟูจิ นักวิเคราะห์ฝ่ายอนุรักษ์ของกองทุนสัตว์ป่าโลกสากลบราซิล องค์กรไม่แสวงหากำไร กล่าว

ในส่วนของทางภาครัฐบาลจีน ก็ได้มีการประเทศโควตาเชื้อเพลิงชีวภาพรอบใหม่ ในเดือนกันยายน ปี พ.ศ. 2560 ให้เป็นส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วมทุ่มเทในความพยายามที่จะลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ภายใต้ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม, เอดูอาร์ดุ ลึอาวว์ ผู้อำนวยการบริหารของสมาพันธ์อุตสาหกรรมอ้อยแห่งชาติบราซิล (Brazilian Sugarcane Industry Association – UNICA) ระบุว่า “ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้” ในการให้สัมภาษณ์กับทาง Diálogo Chino (สำนักข่าวอิสระที่มุ่งเน้นประเด็นด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน, กลุ่มประเทศละตินอเมริกาและสภาพแวดล้อม)

“ประเทศจีนนั้นกำลังเตรียมการผลิตเอทานอลขึ้นเอง จากวัตถุดิบที่นำเข้ามา แต่อาจจะมีข้อจำกัดในขีดความสามารถการผลิตของประเทศ ซึ่งนั่นจะสร้างโอกาสให้กับประเทศบราซิล” ริคาร์ดุ โทมชิค ประธานสหภาพเอทานอลจากข้าวโพดแห่งชาติ (UNEM) กล่าว

Digital Edition