แอฟริกาใต้มีโครงการพัฒนาไร่อ้อยสร้างงานใหม่กว่า 860 ตำแหน่ง

โครงการพัฒนาชาวไร่อ้อยขนาดเล็กในแอฟริกาใต้ได้สร้างงานใหม่ถึง 860 ตำแหน่ง ในควาซูลู-นาตาลและเพิ่มจำนวนอ้อยน้ำตาลในโรงงานซีเซลามากว่า 3 ปีแล้ว

ผู้ผลิตน้ำตาลได้ชักชวนเกษตรกรกว่า 1,704 คน มาผลิตอ้อยบนพื้นที่ชุมชน 3,000 เฮกตาร์ โครงการพัฒนาได้รับเงินทุนสนับสนุน 63 ล้านเหรียญแอฟริกาใต้ บริษัทอิลโญโวซึ่งเข้าคู่กับเงินช่วยเหลืออีก 63 ล้านเหรียญแอฟริกาใต้จากกองทุนการจ้างงานของกระทรวงการคลังแห่งชาติแอฟริกาใต้

โทโก ดิดิซา รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร การปฏิรูปที่ดิน และการพัฒนาชนบทของแอฟริกาใต้ กล่าวยกย่องโครงการนี้ หลังจากการเยี่ยมชมพื้นที่และพบปะพูดคุยกับเกษตรกรอย่างไรก็ตาม โทโกกล่าวว่า การมีส่วนร่วมของเกษตรกรผิวสีในเชิงพาณิชย์ที่มีต่อเศรษฐกิจการเกษตรของประเทศแอฟริกาใต้ยังคงอยู่ในระดับต่ำและยังจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรม

ผู้อำนวยการบริหารของอิลโญโว มามองแก มาฮ์แลร์ กล่าวว่า ความเชื่อมั่นของกองทุนเพื่อสร้างงานได้มีการพูดคุยกับทางบริษัทฯ มาครึ่งทาง ด้วยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้สัมปทานและการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ รวมถึงสมาคมชาวไร่อ้อยแอฟริกาใต้และสมาคมพัฒนาเกษตรกรแห่งแอฟริกาใต้เป็นส่วนสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้อีกด้วย

ทั้งนี้ทางด้านหัวหน้าของกองทุนเพื่อสร้างงาน นัจวา แอลลี-เอดรีส์ ได้กล่าวเสริมด้วยว่าจำเป็นจะต้องมีหนทางเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์เพื่อทำให้เกษตรกรสามารถมีที่ดินเพาะปลูกเป็นของตนเองได้ในระยะยาว

ทั้งนี้บทสัมภาษณ์ด้านล่างเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับเกษตรกรที่เป็นสตรีชาวไร่อ้อยในแอฟริกาใต้ ที่ได้แบ่งปันเกี่ยวกับวิธีที่โครงการดังกล่าว ที่จะช่วยสร้างเสริมอำนาจ เติมเต็ม และเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเธอ

โนมาเนสิง โคโบ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ดิฉันรับช่วงธุรกิจปลูกอ้อยต่อจากสามีผู้ล่วงลับไปแล้ว เมื่อบริษัทอิลโญโวยื่นมือช่วยเหลือชุมชนของเราด้วยโครงการนี้ อ้อยของสามีดิฉันที่ปลูกเมื่อหลายปีก่อนไม่เติบโตเท่าที่ควร  เพราะเนื่องจากพื้นที่อีมาลานเจนีขาดอ้อยและเกษตรกรจำนวนมากกำลังประสบปัญหา เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตสำหรับเรา การทำไร่อ้อยคืออาชีพที่ช่วยเลี้ยงปากท้องของเราเพราะช่วยให้ครอบครัวดิฉันสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนให้กับลูกๆ ได้ นี่เป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราและดิฉันรู้สึกซาบซึ้งใจต่อบริษัทฯ ที่ช่วยส่งเสริมเราและทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น การได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวไร่อ้อยในฐานะผู้หญิงผิวสีทำให้ฉันมีความสุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เคยมีภูมิหลังยากจนมาก่อน’’

ด้าน โนมวูลา โชสิ ได้ให้สัมภาษณ์เสริมว่า “ฉันสนใจเกษตรกรรมและการเกษตรอยู่เสมอ ฉันจำได้ว่า ฉันเคยถามพ่อว่า เราจะปลูกอ้อยได้อย่างไร และนั่นยังคงเป็นสิ่งที่ฉันหลงใหลมาจนบัดนี้ หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันย้ายไปทำงานที่เดอร์บัน ในช่วงต้นปี 2561 ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาผู้ปลูกพืชขนาดเล็กของบริษัทอิลโญโวและตัดสินใจกลับมาลองเป็นผู้รับเหมาและเป็นชาวไร่ การอบรมจากบริษัทได้เปลี่ยนมุมมองของเราอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับการปลูกอ้อยให้เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและทางบริษัทฯ ยังช่วยเราวางระเบียบขั้นตอนการทำงานเพื่อให้ความยั่งยืนของธุรกิจ ความคิดริเริ่มนี้ยังช่วยให้ฉันเริ่มต้นและขยายธุรกิจของตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งการสนับสนุนชาวไร่รายอื่นด้วยการปลูกและจัดสรรที่ดินของพวกเขาด้วยโครงการนี้ ทุกอย่างจะสงวนไว้เฉพาะในท้องถิ่นและเม็ดเงินที่เราหามาได้จะกลับคืนสู่ชุมชนของเรา ฉันรักในสิ่งที่ทำ และฉันขอบคุณมากสำหรับโอกาสที่บริษัทอิลโญโวมอบให้เพื่อให้ฉันวิ่งตามความฝันของตนเอง”