จับตา ‘ราคาน้ำตาล’ พุ่งหลังบราซิลเอาอ้อยไปผลิตเอทานอล

ชาวไร่อ้อยจับตาราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกทะลุ 20 เซนต์ต่อปอนด์ หวังดันราคาอ้อยขั้นต้นปี 2565/66 ปรับสูงตาม ด้าน อนท. เร่งขายน้ำตาลล่วงหน้าแล้ว 40% แต่ทำใจต้นทุนยังแพง ราคาปุ๋ยขึ้นโหดฉุดกำไรต่ำ

20 เม.ย. 2565 – นายนราธิป อนันตสุข หัวหน้าสำนักงานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ชาวไร่อ้อยได้ติดตามราคาน้ำตาลทรายดิบใกล้ชิดโดยพบว่าล่าสุดราคาส่งมอบเดือนต.ค. 2565 ขึ้นไปแตะระดับ 20.31 เซ็นต์ต่อปอนด์จากช่วงต้นปีราคาเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 18 เซนต์ต่อปอนด์เนื่องจากโรงงานน้ำตาลบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำตาลใหญ่สุดของโลกหันนำน้ำตาลไปผลิตเอทานอลแทนเพราะได้กำไรที่สูงกว่าเนื่องจากระดับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวิกฤติการสู้รบรัสเซีย-ยูเครน ทั้งนี้ราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกเฉลี่ยทรงตัวระดับสูงต่อจะะส่งผลดีต่อระดับราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2565/66 อยู่ในเกณฑ์สูงตามไปด้วย

“ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกสูงขึ้นมาจากการผลิตน้ำตาลทรายของบราซิลลดลงไปพอสมควรเพราะหันไปผลิตเอทานอลแทนทำให้น้ำตาลในตลาดลดลง แต่ในแง่ปริมาณผลผลิตน้ำตาลของบราซิลปีนี้ก็ยังคงสูงกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 7% หรือมีการคาดการณ์อยู่ที่34.5 ล้านตัน“ นายนราธิป กล่าว

ทั้งนี้จากระดับราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกที่ทรงตัวระดับสูงทำให้ขณะนี้บริษัท อ้อยและน้ำตาลทรายไทย จำกัด (อนท.) ที่บริหารการส่งออกน้ำตาลทรายดิบ 8 แสนตันได้ส่งออกน้ำตาลฤดูการผลิตปี 2564/65 ที่กำลังใกล้ปิดหีบได้เกือบ 100% แล้วโดยได้ระดับราคาที่ดี ที่จะส่งผลให้ราคาอ้อยขั้นสุดท้ายสูงกว่าขั้นต้นแน่นอน ขณะที่มีการส่งออกน้ำตาลทรายดิบล่วงหน้าฤดูการผลิตปี 2565/66 ไปแล้วประมาณ 40% ในราคาเฉลี่ยกว่า 18 เซนต์ต่อปอนด์ทำให้ปริมาณน้ำตาลที่เหลือจะทำราคาได้ในระดับสูงขึ้นอีกจึงนับเป็นการการันตีราคาอ้อยขั้นต้นฤดูหีบปี 2565/66 ว่าจะอยู่ในเกณฑ์สูงระดับ 1,000 บาทต่อตันขึ้นไป

สำหรับการหีบอ้อยฤดูผลิตปี 2564/65 ที่เปิดหีบตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันมีโรงงานปิดหีบไปแล้ว 53 แห่งเหลือโรงงานที่ยังคงเปิดเพื่อรับอ้อยที่เหลืออีกราว 4 แห่งส่วนใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสานเนื่องจากมีการหยุดการผลิตเพราะมีฝนเข้ามาคาดว่าจะปิดหีบได้ทั้งหมดไม่เกินสิ้นเดือนเม.ย.นี้โดยขณะนี้ปริมาณอ้อยเข้าหีบแล้วกว่า 91.7 ล้านตันโดยคาดการณ์ว่าอ้อยอาจจะอยู่ในระดับ 91.9-92 ล้านตัน

“ปีนี้แม้ปริมาณอ้อยจะเยอะยอมรับว่า ผลผลิตต่อตันอ้อยไม่ดีนักหากเทียบกับปีก่อนเนื่องจากมีฝนตกช่วงเก็บเกี่ยวทำให้ชาวไร่ต้องเร่งรีบทำให้ไม่มีการสางใบอ้อย สิ่งเจือปนเลยเยอะตามไปด้วย อย่างไรก็ตามในฤดูหีบปี 2565/66 ฝนที่มาเร็วก็จะส่งผลดีต่อตออ้อยจึงมองว่าผลผลิตจะกลับมาสู่ระดับ 100 ล้านตันได้อีกครั้ง” นายนราธิปกล่าว

นายนราธิป กล่าวว่า สิ่งที่กังวลในฤดูหีบปี 2565/66 ที่กำลังเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกใหม่คือภาวะต้นทุนต่างๆ จะแพงขึ้นมากโดยเฉพาะราคาปุ๋ย สารเคมี ที่ปรับขึ้นสูงกว่าเดิมเท่าตัว และหากราคาปุ๋ยยังไม่มีแนวโน้มลดต่ำลงแต่อย่างใดตราบใดที่สงครามการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังไม่จบ ขณะเดียวกันยังต้องติดตามภาวะราคาน้ำมัน ค่าแรงต่างๆว่าช่วงปลายปี 2565 ที่จะเข้าสู่ฤดูเปิดหีบจะสูงขึ้นมากน้อยเพียงใดเหล่านี้ล้วนเป็นต้นทุนการผลิตที่จะสูงขึ้น ดังนั้นแม้แนวโน้มราคาน้ำตาลทรายดิบตลาดโลกมีอัตราที่สูงขึ้นแต่หากเทียบกับต้นทุนที่สูงจึงทำให้เกษตรกรไม่ได้รับรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากแต่อย่างใด