อินเดียเตรียมใช้ระบบดิจิทัลติดตามการผลิตน้ำตาล เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ผลผลิตและบริหารราคา
กระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหาร และการกระจายสินค้าสาธารณะของอินเดีย กำลังวางแผนนำระบบติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์มาใช้รวบรวมข้อมูลการผลิตน้ำตาลจากโรงงานเป็นรายเดือน เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินปริมาณผลผลิตน้ำตาลภายในประเทศและช่วยให้รัฐบาลสามารถออกมาตรการได้อย่างทันท่วงที ตามรายงานของสำนักข่าว The New Indian Express
รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ องค์กรตัวแทนภาคอุตสาหกรรมน้ำตาลได้คาดการณ์แนวโน้มผลผลิตไว้ในระดับสูง ทำให้รัฐบาลอนุญาตให้ส่งออกน้ำตาลและจัดสรรน้ำตาลในปริมาณมากไปใช้ผลิตเอทานอล
ภายใต้รูปแบบการรายงานข้อมูลดิจิทัล P2 ที่เสนอใหม่นี้ โรงงานน้ำตาลจะต้องเพิ่มช่องข้อมูลสำหรับบันทึกปริมาณอ้อยที่คาดว่าจะเข้าหีบ รวมถึงประมาณการรายเดือนเกี่ยวกับปริมาณการผลิตน้ำตาลและปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ในตลาด
ระบบดิจิทัลใหม่นี้คาดว่าจะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลการผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใช้ข้อมูลรายเดือนประกอบการพิจารณา
นอกจากนี้ รัฐบาลจะรวบรวมข้อมูลประมาณการจากคณะกรรมาธิการน้ำตาลประจำรัฐ และกระทรวงเกษตรและสวัสดิการเกษตรกร ด้วยการนำข้อมูลจากทั้งสามแหล่งมาประกอบกันคาดว่าจะช่วยให้การประเมินปริมาณน้ำตาลที่มีอยู่ภายในประเทศมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดด้านอุปทานและราคาน้ำตาลที่อยู่ในระดับสูงก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาลสำคัญ โดยราคาน้ำตาลในประเทศเพิ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 16 ปี ส่งผลให้รัฐบาลกลางอนุญาตให้นำเข้าน้ำตาลดิบโดยปลอดอากรจำนวน 1 ล้านตัน ทั้งนี้ น้ำตาลนำเข้าจะต้องผ่านกระบวนการแปรรูปและส่งเข้าสู่ตลาดภายในประเทศภายในวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2569 ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังอนุมัติการส่งออกน้ำตาลอีก 800,000 ตัน
สำหรับฤดูการผลิตน้ำตาลปี 2569/70 ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2569 ถึงเดือนกันยายน ปี 2570 รัฐบาลตัดสินใจไม่จัดสรรน้ำตาลไปผลิตเอทานอล เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณฝนที่ต่ำกว่าปกติ พื้นที่เพาะปลูกอ้อยที่ลดลง และแนวโน้มผลผลิตน้ำตาลที่คาดว่าจะต่ำกว่าฤดูกาลก่อน
ขณะเดียวกัน สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลและพลังงานชีวภาพแห่งอินเดีย (ISMA) รายงานว่า ฤดูหีบอ้อยปี 2569/70 ในรัฐผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่เริ่มต้นได้ตามกำหนด
ระบบติดตามข้อมูลที่เสนอใหม่นี้คาดว่าจะช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายเห็นภาพปริมาณการผลิตและน้ำตาลที่มีอยู่ในตลาดได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการนำเข้า การส่งออก และการจัดสรรน้ำตาลไปผลิตเอทานอลในแต่ละฤดูกาลได้อย่างเหมาะสมและมีข้อมูลรองรับมากขึ้น
