ความต้องการอ้อยของไทยพุ่งสูง รับแรงหนุนพลังงานชีวมวล
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) คาดการณ์ว่า ปริมาณการรับซื้อ ใบอ้อย ในประเทศไทยปีนี้จะเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า จากความพยายามลดการพึ่งพาการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง

นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า ปริมาณการรับซื้อใบอ้อยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 2.14 ล้านตัน ในฤดูการผลิตปี 2568/69 เป็น 5 ล้านตัน ในฤดูการผลิตปี 2569/70 และใบอ้อยไม่เพียงช่วยผลิตไฟฟ้าในช่วงวิกฤตพลังงาน แต่ยังช่วยลดการเผาในไร่อ้อย ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการลดปัญหาฝุ่น PM2.5
ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 ประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก มีการใช้ กากน้ำตาล และ ชานอ้อย จากอ้อยในการผลิต เอทานอล สำหรับผสมในน้ำมันแก๊สโซฮอล์อยู่แล้ว ช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด

ด้าน ดร.สมชาย หาญหิรัญ ประธานคณะกรรมการประสานงานของ บริษัท ไทยชูการ์มิลเลอร์ จำกัด (TSMC) เสนอให้ภาครัฐผลักดัน อ้อย เป็นพืชพลังงานในระดับวาระแห่งชาติ โดยชี้ว่าไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยกว่า 11 ล้านไร่ และผลผลิตอ้อยราว 92 ล้านตันต่อปี ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การผลิตพลังงานชีวมวลและเชื้อเพลิงชีวภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุอีกว่าใบอ้อยและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 650 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน การส่งเสริม แก๊สโซฮอล์ E20 ให้เป็นเชื้อเพลิงหลัก อาจช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ถึง 2.9 ล้านลิตรต่อวัน หรือเกือบ 1.06 พันล้านลิตรต่อปี
นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีแผนผลักดันการใช้ ไบโอดีเซล B10 เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดีเซลจากฟอสซิลเพิ่มเติม

