อินโดนีเซียเร่งขยายพื้นที่ปลูกอ้อย เพิ่มการผลิตเอทานอลรองรับเป้าหมาย E20

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศแผนเพิ่มสัดส่วนเอทานอลในน้ำมันเบนซินจาก 5% เป็น 20% เพื่อ ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งมีต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทรวงพลังงานของอินโดนีเซียชี้แจงว่า ประเทศจำเป็นต้องเพิ่มกำลังการผลิตเอทานอลต่อปีอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดย Zulkifli Hasan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอาหาร กล่าวว่า “เชื้อเพลิง E20 สามารถผลิตได้จากอ้อย มันสำปะหลัง และวัตถุดิบอื่น ๆ” ทั้งนี้ การผลิตเอทานอลจากอ้อยจำเป็นต้องจัดหาพื้นที่เพาะปลูกเพิ่มเติม
ใช้พื้นที่ที่ผ่านการถางแล้วหรือพื้นที่ป่า
Andi Amran Sulaiman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ระบุว่า รัฐบาลมีแผนพัฒนาพื้นที่ประมาณ 1 ล้านเฮกตาร์สำหรับปลูกอ้อย โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่ผ่านการถางแล้วก่อนพิจารณาใช้พื้นที่ป่า อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะนำพื้นที่ป่ามาใช้ในโครงการดังกล่าว
ขณะเดียวกัน Hashim Djojohadikusumo ผู้แทนด้านสภาพภูมิอากาศของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นพี่ชายของ Prabowo Subianto ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ประกาศว่า รัฐบาลได้ระงับโครงการที่มีแผนถางป่าหลายล้านเฮกตาร์เพื่อจัดสรรพื้นที่สำหรับปลูกข้าว โดยเขาชี้แจงว่า การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประเทศซึ่งเป็นหมู่เกาะแห่งนี้สามารถผลิตข้าวได้เพียงพอต่อความต้องการภายในประเทศแล้ว โดยข้าวถือเป็นอาหารหลักของประชาชน
เกษตรกรรมและไฟป่าคุกคามพื้นที่ป่า
อินโดนีเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพื้นที่ป่ามากที่สุดในโลก จึงมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน โดยผืนป่าช่วยดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตาม การทำลายป่าอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายพื้นที่เกษตรกรรมและรองรับอุตสาหกรรมไม้ รวมถึงไฟป่าที่ไม่สามารถควบคุมได้ กำลังลดความสามารถของป่าในการกักเก็บคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ


