กลุ่ม KTIS มั่นใจอ้อยปี 68/69 เข้าเป้า 7.5 ล้านตัน ปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดใช้พลังงาน
นายสมชาย สุวจิตตานนท์ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจน้ำตาล กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS คาดว่าจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้นกว่าปี 2568 ด้วย ปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ทั้งสายธุรกิจน้ำตาล และสาย ธุรกิจชีวภาพ อันประกอบด้วย โรงไฟฟ้าชีวมวล เยื่อกระดาษชานอ้อย เอทานอล และบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมจากเยื่อชานอ้อยบริสุทธิ์ 100%
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกในทุกสายการผลิตเริ่มต้นจากวัตถุดิบตั้งต้น คืออ้อย โดยคาดการณ์ว่า ปริมาณอ้อยเข้าหีบในปีการผลิต2568/2569 หลังปิดหีบจะอยู่ที่ประมาณ 7.5 ล้านตัน ซึ่งมากกว่าปีก่อนถึง 17% เนื่องมาจากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมถึงการที่บริษัทได้เข้าไปส่งเสริมช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยอย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านเทคโนโลยีการปลูก การบริหารจัดการน้ำ และการสนับสนุนปัจจัยการผลิต ที่มีคุณภาพ ทำให้ผลผลิตต่อไร่ สูงขึ้น และมีคุณภาพและความหวาน ที่ดีขึ้น ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตน้ำตาลทรายโดยรวมที่จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญด้วย

“ปีนี้คาดว่าจำนวนวันหีบอ้อยจะมากกว่าปีก่อน โดยเท่าที่ดูตัวเลขในปัจจุบันของกลุ่ม KTIS ที่เปิดหีบมาแล้วประมาณ 60 วัน ได้อ้อยเข้าหีบประมาณ 4.1 ล้านตัน ผลิตน้ำตาลได้ 4.2 ล้านกระสอบ จึงมั่นใจว่าจะได้อ้อยเข้าหีบตามเป้า 7.5 ล้านตัน ซึ่ง สูงกว่าปีก่อนที่ทำได้ 6.4 ล้านตัน อยู่ถึง 17%” นายสมชายกล่าว
นอกเหนือจากปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นแล้ว กลยุทธ์สำคัญที่กลุ่ม KTIS นำมาใช้เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้คือการปรับปรุงกระบวนการผลิตภายในโรงงานน้ำตาลและโรงงาน ต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นไปที่การลดการใช้พลังงาน ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูง การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาควบคุมการ หีบอ้อยเพื่อให้ได้น้ำอ้อยสูงสุด และการปรับปรุงหม้อต้ม การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและไอน้ำในกระบวนการผลิตน้ำตาลไม่เพียงแต่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน แต่ยังลดการใช้ชานอ้อยที่จะนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงและสามารถนำชานอ้อยนั้นไปผลิตเป็นเยื่อกระดาษและผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

