อนาคตอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย เริ่มต้นที่วิสัยทัศน์อันยั่งยืน
โรงงานน้ำตาลพิษณุโลก ในกลุ่มน้ำตาลไทยรุ่งเรือง เดินหน้ารับมือความท้าทายรอบด้านของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในฤดูการผลิต 2568/2569 ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวนต่อเนื่อง ปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือในภาคเกษตร รวมถึงความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่กระทบต้นทุนและราคาสินค้าเกษตร ทำให้โรงงานต้องพัฒนาความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการและเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น
คุณเอกรัตน์ เตชะเวช รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า “โรงงานน้ำตาลยุคใหม่ต้องบูรณาการคน เทคโนโลยี และชุมชนเกษตรกร เพื่อสร้างคุณค่าร่วมและขับเคลื่อนความยั่งยืน” โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร พร้อมมุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและมาตรฐานสากล
ภายใต้ความคาดหวังที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทฯ ย้ำบทบาท “โรงงานที่ผลิตด้วยความรับผิดชอบ” ทั้งการยกระดับกระบวนการผลิต การดูแลคุณภาพอากาศ และการพัฒนาชุมชน โดยขับเคลื่อนงานตามพันธกิจหลักขององค์กร คือ เติบโตอย่างมั่นคง ด้วยความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล นำมาตรฐาน ESG และ SDGs มาเป็นฐานสำคัญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ไร่อ้อยจนถึงโรงงาน โดยถือว่าเกษตรกรเป็น “หุ้นส่วนระยะยาว” ที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน

ยกระดับเกษตรกรด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลสมัยใหม่ลดการเผาอย่างยั่งยืน
โรงงานน้ำตาลพิษณุโลกมีการดำเนินโครงการเพื่อยกระดับภาคเกษตร ทั้งการส่งเสริมอ้อยสดสะอาดลด PM2.5 การรับซื้อใบอ้อย การพัฒนาหัวหน้ากลุ่มและผู้รับเหมา รวมถึงโครงการ “ทายาทชาวไร่อ้อย” เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม รวมถึงสนับสนุนเครื่องจักรกลสมัยใหม่ให้เกษตรกรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปลูก โดยบริษัทฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพผ่าน 3 เทคโนโลยีสำคัญ ดังนี้
- เทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเก็บเกี่ยว
โรงงานเลือกใช้ รถตัดอ้อย TIGER ซึ่งเป็นถูกพัฒนาให้เหมาะกับไร่อ้อยไทย ทั้งพื้นที่แปลงเล็ก พื้นที่ลาดชัน และสภาพดินที่หลากหลาย จุดเด่นคือ โครงสร้างแข็งแรง ดูแลรักษาง่าย ใช้น้ำมันน้อย ตัดได้รวดเร็ว ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร และเพิ่มสัดส่วนอ้อยสด โดยในปีนี้เรามีรถตัดอ้อยทั้งของชาวไร่และของโรงงานมากกว่า 200 คัน ในรัศมีพื้นที่ส่งเสริมการปลูกทำให้สัดส่วนอ้อยสดเพิ่มขึ้นมากกว่า 93% ในฤดูหีบอ้อยล่าสุด ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการลดการเผา ลดฝุ่น PM2.5 และเพิ่มคุณภาพอ้อยเข้าสู่ระบบหีบ
2. เทคโนโลยีข้อมูลและระบบดิจิทัล
บริษัทฯ พัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูล Real-time ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนปลูก ตรวจสุขภาพอ้อย ติดตามรถตัด การขนส่ง ไปจนถึงการบริหารโรงงาน ช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความโปร่งใส ทำให้เกษตรกรและโรงงานบริหารการผลิตได้แม่นยำกว่าเดิม
3. เทคโนโลยีลดพลังงานและลดคาร์บอน
โรงงานใช้บอยเลอร์ประสิทธิภาพสูง ระบบจัดการของเสียแบบหมุนเวียน การใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติ รวมถึงการใช้ระบบ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนพลังงานและลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ตามเป้าหมาย Green Industry

มุ่งมั่นเป็นโรงงานที่เป็นมิตรต่อชุมชนอย่างแท้จริง
โรงงานน้ำตาลพิษณุโลกยืนยันพันธกิจในการ “บูรณาการสิ่งแวดล้อม ชุมชน และคุณธรรม” ผ่านการดูแลคุณภาพอากาศ น้ำ และเสียงอย่างเข้มงวด พร้อมร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานการรับซื้ออ้อยสด และลดอ้อยไฟไหม้ให้ต่ำที่สุดในประเทศ พร้อมกันนี้ยังเพิ่มโอกาสให้คนในพื้นที่ผ่านโครงการ “โรงเรียนสอนขับรถตัดอ้อย” และความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อสร้างแรงงานรุ่นใหม่ให้เป็นกำลังสำคัญของอุตสาหกรรม
คุณเอกรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เราเติบโตมาพร้อมกับชุมชน และยังคงเชื่อเสมอว่าการพัฒนาอุตสาหกรรมต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พนักงาน หรือชุมชน เราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกันและเชื่อว่าความร่วมมือของทุกฝ่ายจะทำให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยเข้มแข็งขึ้นอย่างยั่งยืน”


