โรงงานน้ำตาล Gledhow กลับมาเดินเครื่อง หลังลงทุนกว่า 2 พันล้านแรนด์
โรงงานน้ำตาล Gledhow ในแอฟริกาใต้กลับมาเดินเครื่องผลิตอีกครั้ง หลังได้รับเงินลงทุนเกือบ 2 พันล้านแรนด์จากบริษัท Chatthe Groupภายหลังผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการในปี 2566 โดยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2569 ว่าการกลับมาเปิดดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวของอุตสาหกรรมน้ำตาลในประเทศ ท่ามกลางความท้าทายเชิงโครงสร้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
การกลับมาเปิดโรงงานสามารถรักษาการจ้างงานโดยตรงได้อย่างน้อย 400 ตำแหน่ง และคาดว่าจะสนับสนุนการดำรงชีพทางอ้อมราว 26,000 รายในพื้นที่เพาะปลูกอ้อย นอกจากนี้ยังสะท้อนบทบาทของการลงทุนแบบมุ่งเป้าและความร่วมมือในการช่วยเสริมเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และฟื้นฟูสินทรัพย์อุตสาหกรรมที่สำคัญ
หลังจาก Chatthe Group เข้าซื้อกิจการในเดือนมกราคม 2568 โรงงาน Gledhow ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ ครอบคลุมการยกระดับโรงงานและโรงกลั่นทั้งระบบ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการติดตั้งระบบพลังงานหมุนเวียน ส่งผลให้กำลังการหีบอ้อยเพิ่มจาก 300 ตันต่อชั่วโมง เป็น 450 ตันต่อชั่วโมง และเพิ่มปริมาณอ้อยเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นประมาณ 2 ล้านตันต่อปี อีกทั้งในช่วงขยายโครงการยังได้ว่าจ้างผู้รับเหมาท้องถิ่นกว่า 200 ราย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ระยะสั้น
หัวใจสำคัญของโครงการคือการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) มาใช้ เพื่อเพิ่มมูลค่าจากอ้อยและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีแผนผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล จำหน่ายชานอ้อย ไอน้ำ และไฟฟ้าร่วมผลิตให้กับอุตสาหกรรมใกล้เคียง รวมถึงการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเหลือใช้เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่
ในระยะยาว บริษัทตั้งเป้าลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยจะเปลี่ยนมาใช้ชานอ้อยเป็นแหล่งพลังงานหลักภายในฤดูหีบปี 2569/2570 แทนการใช้ถ่านหินราว 200,000 ตันต่อปี ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างคาร์บอนเครดิตได้ประมาณ 150,000–200,000 หน่วยต่อปี
ทั้งนี้ รัฐบาลแอฟริกาใต้ยืนยันเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมน้ำตาล ผ่านนโยบายที่มุ่งเน้นความยั่งยืน การรักษาการจ้างงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจชนบท ควบคู่กับการรับมือแรงกดดันจากการนำเข้า ความสามารถในการแข่งขันของโรงงานที่ลดลง และความไม่แน่นอนของผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรม


